ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ อุกกาบาต

โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน

โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราจะกังวลกับภัยอันตรายต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน โรคภัยไข้เจ็บ หรือแม้กระทั่งภัยธรรมชาติ แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างการถูกอุกกาบาตตกใส่ มีมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากการถูกอุกกาบาตตกใส่ อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 1.6 ล้าน ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกหวาดหวั่น แต่เมื่อเทียบกับโอกาสการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ แล้ว ถือว่าน้อยมากเลยทีเดียว ตัวเลขที่น่าสนใจ: สาเหตุการเสียชีวิต โอกาส โรคมะเร็ง 1 ใน 6 โรคหัวใจ 1 ใน 6 อุบัติเหตุทางรถยนต์ 1 ใน 102 ถูกฟ้าผ่า 1 ใน 160,000 ถูกอุกกาบาตตกใส่ 1 ใน 1,600,000 จากตารางจะเห็นได้ว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากสาเหตุทั่วไป อย่างโรคมะเร็ง หรือ...

การปะทะของอุกกาบาตกับดวงจันทร์มีผลอย่างไรต่อสภาพพื้นผิว?

การปะทะของอุกกาบาตกับดวงจันทร์มีผลอย่างไรต่อสภาพพื้นผิว? การปะทะของอุกกาบาตกับดวงจันทร์มีผลอย่างไรต่อสภาพพื้นผิว? ดวงจันทร์ ดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลก เป็นดวงดาวที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด และเป็นวัตถุในอวกาศที่มนุษย์เราคุ้นเคยกันดี แต่เบื้องหลังความสวยงามยามค่ำคืนนั้น ดวงจันทร์ได้ผ่านช่วงเวลาอันแสนโชกโชนจากการถูกชนโดยอุกกาบาตน้อยใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน การปะทะเหล่านี้ได้หล่อหลอมพื้นผิวดวงจันทร์ให้กลายเป็นเช่นที่เราเห็นในปัจจุบัน บทความนี้จะพาไปสำรวจผลกระทบอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้นจากการปะทะของอุกกาบาตต่อพื้นผิวของดวงจันทร์ 1. หลุมอุกกาบาต: ร่องรอยแห่งการปะทะ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการปะทะของอุกกาบาตคือ หลุมอุกกาบาต พื้นผิวดวงจันทร์เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตขนาดต่างๆ กัน ตั้งแต่หลุมเล็กๆ เพียงไม่กี่เมตร ไปจนถึงแอ่งขนาดมหึมา ตัวอย่างเช่น หลุมอุกกาบาต South Pole-Aitken Basin มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 2,500 กิโลเมตร และลึกถึง 8 กิโลเมตร นับเป็นหนึ่งในหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ 2. ภูเขาและเทือกเขา: การก่อกำเนิดจากแรงกระแทก นอกจากหลุมอ...

การค้นพบอุกกาบาตที่ชนโลกในยุคดึกดำบรรพ์

การค้นพบอุกกาบาตที่ชนโลกในยุคดึกดำบรรพ์ การค้นพบอุกกาบาตที่ชนโลกในยุคดึกดำบรรพ์ ย้อนกลับไปในอดีตกาลอันไกลโพ้น ยุคสมัยที่ไดโนเสาร์ครองโลก โลกของเราเต็มไปด้วยความลึกลับและเหตุการณ์อันน่าพิศวง หนึ่งในนั้นคือการพุ่งชนของอุกกาบาต สิ่งที่มาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างค้นคว้าและรวบรวมหลักฐานมากมาย เพื่อไขปริศนาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพุ่งชนเหล่านี้ 1. หลักฐานแห่งหายนะจากฟากฟ้า ทั่วทุกมุมโลก มีหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาที่หลงเหลือเป็นร่องรอยจากอดีต บ้างก็กลายเป็นทะเลสาบ บ้างก็กลายเป็นภูเขาที่แปลกตา หนึ่งในหลุมอุกกาบาตที่โด่งดังที่สุดคือ หลุมอุกกาบาตชิกซูลุบ (Chicxulub crater) ในประเทศเม็กซิโก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 180 กิโลเมตร เชื่อกันว่าเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตเมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ 2. ธาตุต้องสงสัยจากห้วงอวกาศ นอกจากหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบ ชั้นหินที่มีอายุตรงกับยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งมีองค์ประกอบของแร่ธาตุบางชนิดในปริมาณที่สูงผิดปกติ เช่น อิริเดียม แพลทินัม และโรเดียม แร่ธ...

ทะเลสาบโลนาร์: หลุมอุกกาบาตที่ซ่อนเร้นในอินเดีย

ทะเลสาบโลนาร์: หลุมอุกกาบาตที่ซ่อนเร้นในอินเดีย ทะเลสาบโลนาร์: หลุมอุกกาบาตที่ซ่อนเร้นในอินเดีย ท่ามกลางภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลของรัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย ซ่อนเร้นอยู่กับความลึกลับทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง นั่นคือ "ทะเลสาบโลนาร์" ผืนน้ำเค็มรูปวงรีกว้างใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในแอ่งหินบะซอลต์ขนาดมหึมา สิ่งที่ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้แตกต่างจากทะเลสาบทั่วไปคือต้นกำเนิดอันน่าพิศวง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าก่อตัวขึ้นจากการพุ่งชนของอุกกาบาตเมื่อกว่า 52,000 ปีก่อน! การกำเนิดจากจักรวาล หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า ทะเลสาบโลนาร์ถือกำเนิดขึ้นในยุค Pleistocene Epoch เมื่ออุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งชนพื้นผิวโลกด้วยความเร็วสูง แรงกระแทกมหาศาลจากการชนก่อให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ โดยมีความกว้างประมาณ 1.8 กิโลเมตร และลึกถึง 150 เมตร ทำให้ทะเลสาบโลนาร์กลายเป็นหนึ่งในหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในโลก องค์ประกอบทาง...

ฝนดาวตกจากฟ้า: ความจริงที่ว่ามีอุกกาบาตกว่า 100 ตัน ตกลงสู่พื้นโลกในทุกๆวัน

ฝนดาวตกจากฟ้า: ความจริงที่ว่ามีอุกกาบาตกว่า 100 ตัน ตกลงสู่พื้นโลกในทุกๆวัน หลายคนอาจไม่รู้ว่า ในขณะที่เราดำเนินชีวิตประจำวันอยู่นี้ เหนือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ มีฝุ่นผงจากอวกาศนับร้อยตันตกลงมายังโลกของเราทุกวัน ใช่แล้ว! คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ "ร้อยตัน" ทีเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เรียกว่า "ฝนดาวตก" เกิดจากเศษซากของดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่โคจรเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง เกิดการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้ลุกไหม้เป็นแสงสว่างสวยงามบนท้องฟ้า แต่รู้หรือไม่ว่า? ฝุ่นผงจากอวกาศที่ตกลงมายังโลกของเรานั้นไม่ได้มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายเสมอไป ในบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่เท่ารถยนต์ หรือใหญ่กว่านั้นก็เป็นไปได้ โดย NASA ประมาณการว่ามีอุกกาบาตขนาดใหญ่กว่า 1 เมตร ตกลงสู่โลกเฉลี่ยปีละประมาณ 500 ดวง แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่มักจะตกลงในมหาสมุทรหรือพื้นที่ห่างไกล ตารางแสดงขนาดและความถี่ของอุกกาบาตที่ตกสู่โลก ขนาด ความถี่ (ต่อปี) น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร หลายล้านตัน ...

อุกกาบาตและดาวหาง ผู้มาเยือนจากนอกโลก

อุกกาบาตและดาวหาง ผู้มาเยือนจากนอกโลก อุกกาบาตและดาวหาง ผู้มาเยือนจากนอกโลก ท่ามกลางความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นของอวกาศ มีเศษซากอันน่าพิศวงจากการกำเนิดระบบสุริยะของเรากระจัดกระจายอยู่ นั่นคือ อุกกาบาตและดาวหาง ผู้มาเยือนจากนอกโลกที่มักสร้างความตื่นตาตื่นใจและบางครั้งก็ความหวาดกลัวให้กับมนุษย์ อุกกาบาต: หินจากสรวงสวรรค์ อุกกาบาต คือ ชิ้นส่วนของหินและโลหะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากแถบดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี เมื่ออุกกาบาตเคลื่อนที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แรงเสียดสีจะทำให้เกิดความร้อนสูงจนลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ดาวตก หรือ ผีพุ่งใต้ แม้ส่วนใหญ่อุกกาบาตจะเผาไหม้หมดในชั้นบรรยากาศ แต่ก็มีบางส่วนที่ตกลงสู่พื้นโลก กลายเป็นหลักฐานทางกายภาพที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาองค์ประกอบและวิวัฒนาการของระบบสุริยะได้อย่างลึกซึ้ง ประเภทของอุกกาบาต อุกกาบาตแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามองค์ประกอบของมัน ได้แก่ อุกกาบาตหิน: ประกอบด้วยแร่ซิลิเกตเป็นส่วนใหญ่ พบได้บ่อย...

The Tunguska Event: การระเบิดปริศนาในไซบีเรีย

The Tunguska Event: การระเบิดปริศนาในไซบีเรีย The Tunguska Event: การระเบิดปริศนาในไซบีเรีย เช้าวันหนึ่งในปี ค.ศ. 1908 เวลาประมาณ 7:17 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่เหนือท้องฟ้าใกล้กับแม่น้ำพอดคาเมนนายา ทังกัสกา ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เหตุการณ์นี้รู้จักกันในชื่อ "The Tunguska Event" ซึ่งกลายเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างพยายามหาคำตอบมาจนถึงปัจจุบัน ความรุนแรงที่ไม่อาจมองข้าม แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความเสียหายเป็นวงกว้าง ราว 2,150 ตารางกิโลเมตร ต้นไม้กว่า 80 ล้านต้น ล้มระเนระนาด แรงระเบิดนั้นรุนแรงเทียบเท่ากับระเบิด TNT ประมาณ 10-15 เมกะตัน หรือรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมากว่า 1,000 เท่า สมมติฐานและการไขปริศนา ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอสมมติฐานมากมายเพื่ออธิบายถึงสาเหตุของ Tunguska Event หนึ่งในสมมติฐานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการระเบิดของอุกกาบาตหรือดาวหางขนาดเล็กที่พุ่งชนโลก อย่างไรก็ตาม การขาดหลุมอุกกาบาตที...

ถ้าไม่มีอุกกาบาตชนโลก ไดโนเสาร์จะยังคงอยู่หรือไม่?

ถ้าไม่มีอุกกาบาตชนโลก ไดโนเสาร์จะยังคงอยู่หรือไม่? ถ้าไม่มีอุกกาบาตชนโลก ไดโนเสาร์จะยังคงอยู่หรือไม่? เรามักเชื่อกันว่าการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อน เกิดจากอุกกาบาตขนาดมหึมาพุ่งชนโลก ซึ่งก่อให้เกิดหายนะภัยธรรมชาติตามมามากมาย ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิ และฝุ่นควันมหาศาลปกคลุมชั้นบรรยากาศยาวนาน จนแสงอาทิตย์ไม่อาจส่องถึงพื้นโลก ส่งผลให้อุณหภูมิโลกลดลงอย่างรวดเร็ว พืชพรรณต่างๆ ล้มตาย และสัตว์โลกส่วนใหญ่ รวมถึงไดโนเสาร์ จึงต้องจบชีวิตลง ทว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ และอุกกาบาตลูกนั้นไม่ได้พุ่งชนโลก ไดโนเสาร์จะยังคงครองโลกอยู่จนถึงทุกวันนี้จริงหรือ? นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า แม้ไม่มีอุกกาบาต โลกในยุคครีเทเชียสตอนปลายก็กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไดโนเสาร์อยู่แล้ว 1. ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ก่อนที่อุกกาบาตจะพุ่งชนโลก บริเวณที่เป็นประเทศอินเดียในปัจจุบัน เกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ปล่อยลาวาและก๊าซพิษจำนวนมหาศาลออกมา ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เถ้าถ่าน...

ฝุ่นดาวจิ๋ว กับ บทบาทสถาปนิก สร้างชั้นบรรยากาศลึกลับของดวงจันทร์

ฝุ่นดาวจิ๋ว กับ บทบาทสถาปนิก สร้างชั้นบรรยากาศลึกลับของดวงจันทร์ ฝุ่นดาวจิ๋ว กับ บทบาทสถาปนิก สร้างชั้นบรรยากาศลึกลับของดวงจันทร์ แม้จะไร้ซึ่งผืนฟ้าสีครามสดใสดุจโลก ดวงจันทร์ ดาวบริวารผู้ซื่อสัตย์ของเรากลับมีมนต์เสน่ห์ลึกลับแฝงตัวอยู่ นั่นคือ ชั้นบรรยากาศบางเบาจนแทบเรียกได้ว่าเป็นสุญญากาศ แต่มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ผลการศึกษาจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ชี้ว่า อิฐก้อนเล็กๆ ที่ใช้สร้างสรรค์ม่านหมอกจางๆ นี้ คือ ฝุ่นดาวจิ๋ว หรือ อุกกาบาตขนาดเล็ก ที่พุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง การปะทะกันในระดับไมโครเมตรเหล่านี้ ปลดปล่อยอนุภาคต่างๆ ออกมา สร้างเป็นชั้นบรรยากาศชั่วคราว ข้อมูลจากยานสำรวจ LADEE (Lunar Atmosphere and Dust Environment Explorer) ของ NASA ซึ่งโคจรรอบดวงจันทร์ในปี 2013-2014 ยิ่งตอกย้ำความน่าทึ่ง ยานตรวจพบการเพิ่มขึ้นของอนุภาคในชั้นบรรยากาศดวงจันทร์ สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เกิดฝนดาวตก โดยเฉลี่ยแล้ว ทุกๆ วันจะมีอุกกาบาตขนาดเล็กราว 110 ปอนด์ พุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ องค์ประกอบของชั้นบรรยากาศดวงจันทร์ ธาตุ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ...

โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล

โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล คุณเคยเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเกิดความกังวลว่าจะมีอะไรตกลงมาใส่หัวบ้างไหม? แม้จะเป็นความคิดที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ภัยพิบัติ แต่ความจริงแล้ว โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากการถูก "ของตกใส่หัว" จากอวกาศนั้นมีอยู่จริง เพียงแค่ 1 ในล้านเท่านั้น! ตัวเลขดังกล่าวอาจฟังดูน้อยนิดจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากสถิติที่น่าสนใจเหล่านี้ คุณอาจเปลี่ยนความคิด: พื้นผิวโลกกว่า 70% ปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่วัตถุจากอวกาศจะตกใส่พื้นดินนั้นมีน้อยกว่าที่คิด มีการประมาณการว่าในแต่ละวัน มีวัตถุขนาดเล็กจากอวกาศ ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก มากกว่า 100 ตัน ส่วนใหญ่มักเผาไหม้หมดก่อนที่จะตกถึงพื้น แล้ว "ของตกใส่หัว" คืออะไร? วัตถุที่เรากำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงดาวเทียมหรือยานอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่หมายถึงวัตถุธรรมชาติจากอวกาศ เช่น: อุกกาบาต เศษดาวเคราะห์น้อย ฝุ่นอวกาศ ทำไมโอกาสถึงน้อยขนาดนั้น? เหตุผลหลักที่ทำใ...