ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ แคลอรี่
ลดแคลอรี่นิดหน่อย จะส่งผลเสียต่อการออกกำลังกายจริงหรือ? หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “กินน้อย = ผอมเร็ว” หรือ “ออกกำลังกายหนัก + กินน้อย = เห็นผลไว” ซึ่งความเชื่อเหล่านี้แม้จะดูมีเหตุผลในแง่ของการคำนวณพลังงาน (แคลอรี่) แต่ในความเป็นจริงแล้ว การลดปริมาณแคลอรี่ลงอย่างรวดเร็วหรือมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก อาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบของการลดแคลอรี่ต่อประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย พร้อมไขข้อข้องใจว่าการลดแคลอรี่แบบไหนจึงจะเรียกว่า “พอดี” และไม่ส่งผลเสียต่อเป้าหมายในการสร้างกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนักในระยะยาว แคลอรี่: เชื้อเพลิงสำคัญสำหรับการออกกำลังกาย เปรียบเทียบร่างกายของเรากับรถยนต์ แคลอรี่ก็เปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปได้ การออกกำลังกายทุกรูปแบบล้วนต้องการพลังงาน และแหล่งพลังงานหลักที่ร่างกายของเรานำมาใช้ก็คือ “แคลอรี่” นั่นเอง หากร่างกายได้รับแคลอรี่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในก...

อยากจำกัดแคลอรี่? นักวิจัยแนะนำให้เลี่ยงน้ำจิ้ม

อยากจำกัดแคลอรี่? นักวิจัยแนะนำให้เลี่ยงน้ำจิ้ม ใคร ๆ ก็รู้ว่าการจะควบคุมน้ำหนักได้นั้น เราจำเป็นต้องควบคุมแคลอรี่ที่รับประทานเข้าไป แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย อาจกลายเป็นตัวเพิ่มแคลอรี่แบบไม่รู้ตัวได้ ตัวอย่างเช่น น้ำจิ้มชนิดต่าง ๆ ที่เรามักจะใช้เป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารจานหลัก ผลการวิจัยจากวารสารโภชนาการพบว่า คนเรามักจะประเมินแคลอรี่ในน้ำจิ้มต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉลี่ยแล้วจะประเมินต่ำกว่าถึง 75 แคลอรี่ต่อหนึ่งมื้ออาหาร ยกตัวอย่างเช่น น้ำสลัดครีมสลัดเพียง 2 ช้อนโต๊ะ อาจมีแคลอรี่สูงถึง 150 แคลอรี่ ในขณะที่น้ำจิ้มซีซาร์สลัด 2 ช้อนโต๊ะ อาจมีแคลอรี่สูงถึง 200 แคลอรี่เลยทีเดียว น้ำจิ้ม ปริมาณ แคลอรี่โดยประมาณ น้ำสลัดครีม 2 ช้อนโต๊ะ 150 น้ำจิ้มซีซาร์สลัด 2 ช้อนโต๊ะ 200 น้ำจิ้มบาร์บีคิว 2 ช้อนโต๊ะ 100 มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ 100 นอกจากแคลอรี่ที่สูงแล้ว น้ำจิ้มหลายชนิดยังเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเ...

11 เมนูฟาสต์ฟู้ดที่ทำลายสุขภาพมากที่สุด

11 เมนูฟาสต์ฟู้ดที่ทำลายสุขภาพมากที่สุด ในยุคที่เร่งรีบเช่นนี้ ฟาสต์ฟู้ดกลายเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วสำหรับใครหลายคน แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารเหล่านี้มักอัดแน่นไปด้วย แคลอรี่ โซเดียม และไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด บทความนี้จะพาไปสำรวจ 11 เมนูฟาสต์ฟู้ดที่ทำลายสุขภาพมากที่สุด พร้อมข้อมูลทางโภชนาการที่น่าตกใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกทานอาหารได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 1. เบอร์เกอร์ดับเบิ้ลชีส เบอร์เกอร์ดับเบิ้ลชีส คือ หนึ่งในเมนูยอดนิยม ที่มาพร้อมกับปริมาณแคลอรี่มหาศาล จากการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา พบว่า เบอร์เกอร์ดับเบิ้ลชีสโดยเฉลี่ย มีปริมาณแคลอรี่สูงถึง 750-1,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไขมันอิ่มตัวสูงถึง 25-40 กรัม และโซเดียมมากกว่า 1,500 มิลลิกรัม ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน 2. ไก่ทอด ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน อาจดูน่ารับประทาน แต่เบื้องหลังความอร่อยนั้น เต็มไปด้วยไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปอาหาร ทำให้ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในน้ำมันพืช เปล...

จำนวนแคลอรี่ที่เรากินตลอดชีวิตของเรา

จำนวนแคลอรี่ที่เรากินตลอดชีวิตของเรา จำนวนแคลอรี่ที่เรากินตลอดชีวิตของเรา เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ตลอดชีวิตของคนเรา เราบริโภคอาหารที่ให้พลังงานกี่แคลอรี่กันแน่? คำตอบนั้นอาจจะทำให้คุณประหลาดใจ เพราะแท้จริงแล้ว มนุษย์เรากินอาหารที่ให้พลังงานรวมกันแล้วมหาศาลกว่าที่คิด เรากำลังพูดถึงตัวเลขหลัก ล้าน แคลอรี่เลยทีเดียว จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์ต้องการพลังงานประมาณ 2,000 แคลอรี่ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ แต่แน่นอนว่า ปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น เพศ อายุ ระดับกิจกรรม และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ เพศ: โดยทั่วไปแล้ว เพศชายต้องการพลังงานมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่า อายุ: ยิ่งอายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็จะยิ่งลดลง ทำให้ต้องการพลังงานน้อยลงตามไปด้วย ระดับกิจกรรม: ผู้ที่มีกิจกรรมทางกายมาก ต้องการพลังงานมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายหรือทำงานนั่งๆ เป็นประจำ สภาพร่างกาย: สตรีมีครรภ์ ส...

มันหวาน กับ แคลอรี... เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม

มันหวาน กับ แคลอรี... เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมอาหารบางอย่างถึงให้พลังงานสูง บางอย่างกลับให้พลังงานต่ำ ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วอาจจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ยกตัวอย่างเช่น “มันหวาน” พืชหัวใต้ดินที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร กับ “นมผงสำหรับทารก” อาหารหลักของเด็กๆ ในช่วงวัยเจริญเติบโต แม้จะมีลักษณะทางกายภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ความแตกต่างของพลังงานระหว่างทั้งสองอย่างนี้อยู่ที่เพียงแค่ราวๆ 140 กิโลแคลอรี่เท่านั้น แน่นอนว่า 140 กิโลแคลอรี อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลขที่มากมายอะไร หากเทียบกับปริมาณแคลอรีที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน แต่หากเรามองในภาพรวมแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างแน่นอน ไขความลับแคลอรี: ทำไม “มันหวาน” ถึงให้พลังงานมากกว่า “นมผงสำหรับทารก” หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม “มันหวาน” ถึงมีแคลอรีมากกว่า “นมผงสำหรับทารก” ทั้งที่ดูเหมือนว่า นมผงสำหรับทารก น่าจะมีสารอาหารที่ให้พลังงานมากกว่า คำตอบก็คือ ส่วนประกอบหลักของอาหารนั่นเอง โดยทั่วไปแล้ว มัน...