ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ลำไส้

ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาการเจ็บป่วยจากสงครามอ่าวเปอร์เซียกับความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้

ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาการเจ็บป่วยจากสงครามอ่าวเปอร์เซียกับความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาการเจ็บป่วยจากสงครามอ่าวเปอร์เซียกับความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้ กลุ่มอาการเจ็บป่วยจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Gulf War Illness: GWI) เป็นภาวะเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อทหารผ่านศึกจำนวนมากที่เข้าร่วมในสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี พ.ศ. 2534 โดยมีอาการที่หลากหลาย เช่น อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อและข้อ ปัญหาทางระบบประสาท ปัญหาทางเดินอาหาร และปัญหาสุขภาพจิต แม้ว่าจะมีการศึกษามากมาย แต่สาเหตุที่แท้จริงของ GWI ยังคงไม่ชัดเจน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Environmental Research and Public Health (IJERPH) ฉบับที่ 21 หน้า 1102 ได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่าง GWI กับความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้ (gut microbiome dysbiosis) ในทหารผ่านศึกจากกลุ่มตัวอย่าง BBRAIN (Boston Biorepository and Integrative Network) การศึกษาได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างอุจจาระของทหารผ่านศึก 137 คน โดยแบ่งเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม GWI, กลุ่มควบคุมที่เป็นทหารผ่านศึกที่ไม่มี GWI แ...

พลวัตของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางของยุงลายบ้านระหว่างการย่อยอาหาร: การค้นพบจุลชีพชีวภาพที่อาจเป็นประโยชน์

พลวัตของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางของยุงลายบ้านระหว่างการย่อยอาหาร: การค้นพบจุลชีพชีวภาพที่อาจเป็นประโยชน์ พลวัตของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางของยุงลายบ้านระหว่างการย่อยอาหาร: การค้นพบจุลชีพชีวภาพที่อาจเป็นประโยชน์ พลวัตของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางของยุงลายบ้านระหว่างการย่อยอาหาร: การค้นพบจุลชีพชีวภาพที่อาจเป็นประโยชน์ ยุงลายบ้าน ( Aedes aegypti ) เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้เหลือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรโลกหลายล้านคนในแต่ละปี การควบคุมประชากรยุงลายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้ หนึ่งในแนวทางการวิจัยที่น่าสนใจคือการศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้ของยุงลาย (midgut microbiome) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และการส่งผ่านเชื้อโรค พลวัตของจุลินทรีย์ในลำไส้กลาง การศึกษาพบว่าองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางของยุงลายมีการเปลี่ยนแปลงตลอดวงจรชีวิต และได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่างๆ เช่น อาหารที่ยุงกิน และสภาพแวดล้อม หลังจากยุงดูดเลือด องค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้กลางจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก งานวิจัยบางชิ้นแสดงให...

ความสัมพันธ์อันซับซ้อน: เมื่อความเครียดแปลงร่างเป็นปัญหาทางเดินอาหาร

ความสัมพันธ์อันซับซ้อน: เมื่อความเครียดแปลงร่างเป็นปัญหาทางเดินอาหาร ความสัมพันธ์อันซับซ้อน: เมื่อความเครียดแปลงร่างเป็นปัญหาทางเดินอาหาร ในยุคสมัยที่การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน การเผชิญกับความเครียดกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญสำหรับใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า ภาวะตึงเครียดที่เราเผชิญนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับร่างกายอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบทางเดินอาหารของเรา งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างความเครียดและปัญหาทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอาการที่พบได้บ่อยอย่างท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องผูก ข้อมูลจากสมาคมจิตแพทย์แห่งอเมริกา (American Psychological Association) ระบุว่า ประมาณ 74% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน experiencing stress at levels that affect their physical health. สมองและลำไส้: สายสัมพันธ์ที่ไม่อาจแยกจากกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสมองและลำไส้เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบประสาทในลำไส้ (Enteric Nervous System) หรือท...

การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและการทำงานของลำไส้มีผลต่อการเกิดโคลิคหรือไม่?

การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและการทำงานของลำไส้มีผลต่อการเกิดโคลิคหรือไม่? การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและการทำงานของลำไส้มีผลต่อการเกิดโคลิคหรือไม่? โคลิค หรือที่รู้จักกันในชื่อ "อาการร้องไห้โยเยแบบไม่ทราบสาเหตุ" เป็นภาวะที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด โดยมักเริ่มขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอดและบรรเทาลงเมื่ออายุประมาณ 3-4 เดือน แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของโคลิคยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและการทำงานของลำไส้อาจมีบทบาทสำคัญ บทบาทของจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiota) ลำไส้ของมนุษย์เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์จำนวนมหาศาล ซึ่งเรียกรวมกันว่า จุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiota) จุลินทรีย์เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหาร การสังเคราะห์วิตามิน และการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าทารกที่เป็นโคลิคมีองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่แตกต่างจากทารกที่ไม่เป็นโคลิค ตัวอย่างเช่น การศึกษาหนึ่งพบว่าทารกที่เป็นโคลิคมีปริมาณแบคทีเรียในกลุ่ม Proteobacteria สูงกว่า ในขณะที่ปริมาณแบคทีเรียในกลุ่ม Bifidobacterium และ ...

อะไรคือบทบาทของแบคทีเรียในลำไส้ต่อการเกิดตด?

อะไรคือบทบาทของแบคทีเรียในลำไส้ต่อการเกิดตด? แม้ว่าการตดจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องเคยประสบ แต่อาจสร้างความสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเกิดตดก็คือ กองทัพจุลินทรีย์ขนาดจิ๋วที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรานั่นเอง บทความนี้นำพาทุกท่านไปสำรวจโลกแห่งแบคทีเรียในลำไส้และไขความลับว่าพวกมันมีบทบาทอย่างไรต่อการผลิตก๊าซที่ทำให้เกิดเสียงและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ กองทัพจุลินทรีย์ในลำไส้: มากกว่าแค่ผู้ร่วมอาศัย ลำไส้ของมนุษย์เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียจำนวนมหาศาล มีการประมาณการว่ามีแบคทีเรียมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ และมีจำนวนเซลล์แบคทีเรียมากกว่าจำนวนเซลล์ของร่างกายมนุษย์เสียอีก จุลินทรีย์เหล่านี้ไม่ใช่ผู้บุกรุก แต่เป็นผู้ร่วมอาศัยที่สำคัญต่อสุขภาพของเรา พวกมันมีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหาร สังเคราะห์วิตามิน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน กระบวนการย่อยอาหารและการผลิตก๊าซ: แบคทีเรียกับบทบาทในการสร้างเสียงและกลิ่น เมื่อเรารับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายย่อยได้ยาก เช่น ถั่ว กะหล่ำปลี และอาหารท...

ลำไส้ใหญ่ของมนุษย์: แหล่งผลิตวิตามิน K ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ลำไส้ใหญ่ของมนุษย์: แหล่งผลิตวิตามิน K ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ลำไส้ใหญ่: ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นโรงงานผลิตวิตามิน K เมื่อพูดถึงลำไส้ใหญ่ หลายคนอาจนึกถึงเพียงแค่ส่วนสุดท้ายของระบบย่อยอาหาร ที่ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำและขับถ่ายกากอาหารออกจากร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่า อวัยวะที่ดูเหมือนไม่มีอะไรโดดเด่นนี้ กลับมีบทบาทสำคัญในการผลิตวิตามิน K ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก วิตามิน K: สารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้ วิตามิน K เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีบทบาทสำคัญในการแข็งตัวของเลือด โดยทำหน้าที่ช่วยในการสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อกระบวนการแข็งตัว นอกจากนี้ วิตามิน K ยังมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน และอาจมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลำไส้ใหญ่กับการผลิตวิตามิน K ภายในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์มีจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลอาศัยอยู่ จุลินทรีย์เหล่านี้ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "แบคทีเรียดี" มีส่วนสำคัญในการย่อยสลายอาหารบางชนิดที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และยังเป็นตัวผลิตวิตามิน K ให้กับร่างกายอีกด้วย โดยจุลินทรีย์จะผลิตวิตามิน K ในรูปแบบของ...

💨 ทำไมการกินอาหารที่มีเส้นใยสูงถึงทำให้เกิดตดมากขึ้น? 💨

💨 ทำไมการกินอาหารที่มีเส้นใยสูงถึงทำให้เกิดตดมากขึ้น? 💨 💨 ทำไมการกินอาหารที่มีเส้นใยสูงถึงทำให้เกิดตดมากขึ้น? 💨 หลายคนคงเคยมีประสบการณ์หลังจากรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรือธัญพืชเต็มเมล็ด แล้วรู้สึกได้ถึงอาการผายลม หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ตด" ออกมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า อาการตดบ่อยหลังจากกินอาหารที่มีเส้นใยสูงนั้น เป็นเรื่องปกติ และบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีในลำไส้ได้อีกด้วย บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมเจาะลึกถึงประโยชน์ของเส้นใยอาหาร และวิธีรับประทานอย่างไรให้สบายท้อง ลดอาการผายลม เส้นใยอาหารกับกระบวนการย่อยอาหาร เส้นใยอาหาร (Fiber) คือ ส่วนประกอบของพืชผักผลไม้ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ แต่มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบย่อยอาหาร โดยเส้นใยอาหารแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ (Soluble fiber) พบได้ในอาหาร เช่น ข้าวโอ๊ต ถั่ว เมล็ดแฟลกซ์ แอปเปิ้ล กล้วย เส้นใยชนิดนี้จะดูดซับน้ำในลำไส้ เกิดเป็นเจล ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ลดระดับคอเลสเ...

บทบาทของเยื่อบุผิวลำไส้ที่ซึมผ่านได้ในโรค MIS-C: บทวิเคราะห์เชิงลึก

บทบาทของเยื่อบุผิวลำไส้ที่ซึมผ่านได้ในโรค MIS-C: บทวิเคราะห์เชิงลึก บทบาทของเยื่อบุผิวลำไส้ที่ซึมผ่านได้ในโรค MIS-C: บทวิเคราะห์เชิงลึก โรคอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อ COVID-19 แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเด็กจะมีอาการของ COVID-19 ไม่รุนแรง แต่ MIS-C กลับส่งผลกระทบต่อระบบอวัยวะต่างๆ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Viruses ฉบับที่ 4 หน้า 1355-1367 ได้ศึกษาถึงบทบาทของเยื่อบุผิวลำไส้ที่ซึมผ่านได้ในเด็กที่เป็น MIS-C ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจเชื่อมโยงกับความรุนแรงของโรค ความสำคัญของเยื่อบุผิวลำไส้ เยื่อบุผิวลำไส้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระหว่างสิ่งแวดล้อมภายนอกและภายในร่างกาย โดยควบคุมการดูดซึมสารอาหารและป้องกันไม่ให้สารพิษและเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด หากเยื่อบุผิวนี้มีความเสียหายหรือ “รั่ว” อาจทำให้เกิดการอักเสบและส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายได้ MIS-C และเยื่อบุผิวลำไส้ งานวิจัยดังกล่าวได้เปรียบเทียบเด็กที่เป็น MIS-C กับกลุ่มควบคุมที่เป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง ผลการศึกษาพบว่าเด็กที่เ...

อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด?

อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด? อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด? แม้การผายลมหรือตดจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในบางครั้งการตดบ่อยหรือมีกลิ่นอาจสร้างความกังวลใจและรบกวนชีวิตประจำวันได้ บทความนี้จะพาไปสำรวจสาเหตุของการเกิดตด พร้อมทั้งวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด สาเหตุของการเกิดตด การเกิดตดมีสาเหตุหลักมาจากก๊าซในลำไส้ ซึ่งก๊าซเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง เช่น การกลืนอากาศขณะรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือพูดคุย การย่อยอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ โดยเฉพาะอาหารบางชนิด เช่น ถั่ว บรอกโคลี กะหล่ำปลี การดูดซึมสารอาหารที่ไม่สมบูรณ์ในลำไส้เล็ก โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะผายลมประมาณ 14-23 ครั้ง ต่อวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เมื่อไหร่ที่การเกิดตดถือว่าผิดปกติ? แม้การตดจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม ผายลมบ่อยกว่า 25 ครั้ง ต่อวั...

กระแสไฟฟ้าในลำไส้: แม่เหล็กดึงดูดแบคทีเรียอันตราย

กระแสไฟฟ้าในลำไส้: แม่เหล็กดึงดูดแบคทีเรียอันตราย กระแสไฟฟ้าในลำไส้: แม่เหล็กดึงดูดแบคทีเรียอันตราย ใครจะไปคิดว่าในลำไส้ของเรานอกจากจะมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมายแล้ว ยังมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ด้วย? และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ กระแสไฟฟ้านี้อาจเป็นตัวดึงดูดแบคทีเรียก่อโรคอย่างเชื้อซัลโมเนลลาให้เข้ามาอาศัยและก่อโรคได้ การค้นพบนี้เป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งในวงการวิทยาศาสตร์ และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาเกี่ยวกับโรคลำไส้ต่างๆ และนำไปสู่การพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ๆ ในอนาคต งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เผยให้เห็นว่าเซลล์ที่บุผนังลำไส้ของเราสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ กระแสไฟฟ้านี้ไม่ได้แรงมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนที่ของแบคทีเรียบางชนิด โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ก่อโรคอย่างเช่น ซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ นักวิจัยพบว่ากระแสไฟฟ้าในลำไส้จะดึงดูดแบคทีเรียซัลโมเนลลาให้เข้ามาเกาะติดกับผนังลำไส้ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการติดเชื้อและก่อโรค การค้นพบนี้สร้างความประหลาดใจแก่นักวิจัยเป็นอย่างมาก เดิมทีเราเชื่อว่าแบคทีเรียเคล...

การเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึกในลำไส้กับระบบภูมิคุ้มกัน

การเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึกในลำไส้กับระบบภูมิคุ้มกัน คุณเคยรู้สึก "ปั่นป่วนในท้อง" เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดหรือไม่? ความรู้สึกเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นนามธรรม แต่ที่จริงแล้วมันมีรากฐานมาจากชีววิทยาที่ซับซ้อนซึ่งเชื่อมโยงสมอง ลำไส้ และระบบภูมิคุ้มกันของเราเข้าด้วยกัน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเข้าไปในโลกที่น่าทึ่งของ "การเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึกในลำไส้กับระบบภูมิคุ้มกัน" ตามบทความวิทยาศาสตร์ แกนสมอง-ลำไส้-จุลินทรีย์ในลำไส้: เส้นทางสองทิศทาง สมองและลำไส้ของเราไม่ได้ทำงานแยกกัน พวกมันสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายที่ซับซ้อนที่เรียกว่า "แกนสมอง-ลำไส้" ซึ่งประกอบด้วยเส้นประสาท ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน จุดที่น่าสนใจคือ "จุลินทรีย์ในลำไส้" หรือ แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราหลายล้านล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรานั้น มีบทบาทสำคัญในแกนนี้ด้วย จุลินทรีย์ในลำไส้: กองทัพเล็กๆ ที่ทรงพลัง จุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ใช่แค่ "ผู้โดยสาร" พวกมันเป็นเหมือนกองทัพเล็กๆ ที่ช่วยฝึกฝนและควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของเรา พวกมันทำส...

โยเกิร์ตน้ำผึ้ง อัศจรรย์บำรุงลำไส้

โยเกิร์ตน้ำผึ้ง อัศจรรย์บำรุงลำไส้ โยเกิร์ตน้ำผึ้ง อัศจรรย์บำรุงลำไส้ โยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ต่างเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าการทานคู่กันนั้นสามารถเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ บทความนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประโยชน์ของโยเกิร์ตน้ำผึ้งต่อลำไส้ พร้อมทั้งข้อเท็จจริงที่น่าสนใจและงานวิจัยที่ช่วยยืนยัน 1. โพรไบโอติกส์ จุลินทรีย์ดี กุญแจสำคัญสู่ลำไส้แข็งแรง โยเกิร์ตอุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์ หรือ จุลินทรีย์ชนิดดีที่มีชีวิต ซึ่งมีส่วนช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ งานวิจัยจาก National Institutes of Health ชี้ให้เห็นว่าโพรไบโอติกส์ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ท้องเสีย และโรคลำไส้อักเสบได้ 2. พรีไบโอติกส์ อาหารชั้นเลิศของจุลินทรีย์ดี น้ำผึ้ง มีส่วนประกอบของพรีไบโอติกส์ ซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกส์ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการทำงานของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. สรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องลำไส้จากภายใน ทั้งโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ล้วนอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของอนุมูล...