ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ พลังงานสะอาด

เพียงแค่เราปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน จะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะ

เพียงแค่เราปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน จะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะ เพียงแค่เราปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน จะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะ ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น การประหยัดพลังงานกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรตระหนัก หนึ่งในวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทันที คือ การปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน แม้จะเป็นเพียงการกระทำเล็กๆ น้อยๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับยิ่งใหญ่มหาศาล ลองนึกภาพตามดู หากทุกคนบนโลกร่วมมือกันปิดไฟเพียงแค่ 5 นาทีในเวลาเดียวกัน พลังงานไฟฟ้าที่ลดลงนั้นมากพอที่จะจ่ายไฟให้กับเมืองทั้งเมืองได้เลยทีเดียว สถิติที่น่าตกใจ: ไฟฟ้าที่สูญเสียไปจากการเปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น จากข้อมูลของ กฟผ. พบว่า คนไทยใช้ไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 18.74 หน่วย/ครัวเรือน/วัน (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2566) โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า โทรทัศน์ แม้จะไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด แต่ "หลอดไฟ" กลับเป็นอุปกรณ์ที่มักถูกมองข้าม และถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นมากที่สุด งานวิจัยจาก กระทรวงพลังงาน...

HAMR Energy เลือกเทคโนโลยี Thyssenkrupp สำหรับโครงการเมทานอลสีเขียวในออสเตรเลีย

HAMR Energy เลือกเทคโนโลยี Thyssenkrupp สำหรับโครงการเมทานอลสีเขียวในออสเตรเลีย HAMR Energy เลือกเทคโนโลยี Thyssenkrupp สำหรับโครงการเมทานอลสีเขียวในออสเตรเลีย HAMR Energy เลือกเทคโนโลยี Thyssenkrupp สำหรับโครงการเมทานอลสีเขียวในออสเตรเลีย บริษัท HAMR Energy ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของออสเตรเลีย ได้ประกาศเลือกใช้เทคโนโลยีของ Thyssenkrupp สำหรับโครงการผลิตเมทานอลสีเขียว (Green Methanol) ในออสเตรเลีย โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในระดับโลก เมทานอลสีเขียวคืออะไร? เมทานอลสีเขียว (Green Methanol) เป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกระบวนการผลิตจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดักจับจากอากาศหรือกระบวนการอุตสาหกรรม และไฮโดรเจนที่ผลิตจากน้ำผ่านกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) เมทานอลสีเขียวถือเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ เทคโนโลยีของ T...

ท่าเรืออุลซานเกาหลีและไฮุนได ลงทุนเชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน แห่งอนาคต

ท่าเรืออุลซานเกาหลีและไฮุนได ลงทุนเชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน แห่งอนาคต ท่าเรืออุลซานและไฮุนได เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเดินเรือด้วยเชื้อเพลิงสะอาด เกาหลีใต้กำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดทางทะเล โดยท่าเรืออุลซานซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งสินค้าที่คับคั่งที่สุดในโลก และบริษัทไฮุนได ประกาศลงทุนมหาศาลกว่า 1.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 32,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเชื้อเพลิงทางทะเลที่ยั่งยืนภายในปี 2030 ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด? อุตสาหกรรมเดินเรือโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 2.89% ของการปล่อยทั่วโลก หรือประมาณ 1,076 ล้านตัน CO2 ต่อปี (ข้อมูลจาก International Maritime Organization 2022) หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นถึง 250% ภายในปี 2050 Fun Fact: เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่หนึ่งลำที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลสามารถปล่อยมลพิษเท่ากับรถยนต์ถึง 50 ล้านคัน ในระยะทางเท่ากัน! แผนการลงทุนของท่าเรืออุลซานและไฮุนได โครงการนี้มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ: สร้างโรงงานผลิต แอ...

WEVJ, Vol. 15, Pages 363: การออกแบบและสร้างแบบจำลองระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเพื่อจ่ายพลังงานให้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

WEVJ, Vol. 15, Pages 363: การออกแบบและสร้างแบบจำลองระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเพื่อจ่ายพลังงานให้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า WEVJ, Vol. 15, Pages 363: การออกแบบและสร้างแบบจำลองระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเพื่อจ่ายพลังงานให้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานสะอาดกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก การพัฒนาระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการออกแบบและสร้างแบบจำลองระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเพื่อจ่ายพลังงานให้สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยอ้างอิงจากงานวิจัยใน WEVJ, Vol. 15, Pages 363 ความสำคัญของระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียน ระบบไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนเป็นระบบที่รวมแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เข้าด้วยกันเพื่อสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นอิสระจากโครงข่ายไฟฟ้าหลัก ระบบนี้มีความสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งท...

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว และผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนมหาศาลของพลังงานทางเลือก ตั้งแต่ปี 2000 เยอรมนีได้ใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพลังงานแห่งเยอรมนี (Fraunhofer Institute) ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการติดตั้งกังหันลมกว่า 30,000 ตัว และแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนกว่า 10 ล้านหลังคาเรือน ผลกระทบต่อผู้บริโภค แม้จะมีความก้าวหน้าในการผลิตพลังงานสะอาด แต่ผู้บริโภคในเยอร...

แบตเตอรี่ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี : ทำไมรางวัลโนเบลปี 2019 ถึงสำคัญ?

แบตเตอรี่ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี : ทำไมรางวัลโนเบลปี 2019 ถึงสำคัญ? 🔋 แบตเตอรี่ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี : ทำไมรางวัลโนเบลปี 2019 ถึงสำคัญ? ในปี 2019 โลกต่างจับตามอง 3 นักวิทยาศาสตร์ John B. Goodenough, M. Stanley Whittingham และ Akira Yoshino ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี จากผลงานการพัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ ทำไมแบตเตอรี่ที่เราคุ้นเคย ถึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเบื้องหลังเทคโนโลยี 'แบตเตอรี่ที่เปลี่ยนโลก' และทำความเข้าใจถึงความสำคัญของมันต่อมนุษยชาติ จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติพลังงานแบบพกพา ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 วิกฤตการณ์น้ำมันโลกผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์ ต่างพยายามค้นหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ Whittingham จึงเริ่มต้นศึกษาวัสดุที่สามารถกักเก็บพลังงานได้สูง และค้นพบว่า ไททาเนียมไดซัลไฟด์ สามารถกักเก็บลิเธียมไอออนได้ นับเป็นจุดกำเนิดของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นแรก ต่อมา Goodenough ได้พัฒนาขั้วแคโทดจาก โคบอลต์ออกไซด์ ซึ่งสามารถกักเก็บพลังงานได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า! ...

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว และผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนมหาศาลของพลังงานทางเลือก ตั้งแต่ปี 2000 เยอรมนีได้ใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพลังงานแห่งเยอรมนี (Fraunhofer Institute) ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการติดตั้งกังหันลมกว่า 30,000 ตัว และแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนกว่า 10 ล้านหลังคาเรือน ผลกระทบต่อผู้บริโภค แม้จะมีความก้าวหน้าในการผลิตพลังงานสะอาด แต่ผู้บริโภคในเยอร...

พลังงาน 1 ชั่วโมง ที่โลกไม่เคยหลับใหล

พลังงาน 1 ชั่วโมง ที่โลกไม่เคยหลับใหล พลังงานแสงอาทิตย์ 1 ชั่วโมง: มากพอสำหรับโลกทั้งปี จริงหรือ? เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าทุกวันนั้น แท้จริงแล้วมีพลังงานมหาศาลขนาดไหน? ข้อมูลที่น่าทึ่งคือ พลังงานแสงอาทิตย์ที่โลกได้รับในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงนั้น เพียงพอต่อการใช้พลังงานของทุกคนบนโลกใบนี้ได้ยาวนานถึง 1 ปีเต็ม! เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าพลังงานมหาศาลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเราถึงยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ โลกของเราอาบแสง: พลังงานที่มากเกินพอ ในทุกๆวินาที ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยโลกของเราได้รับพลังงานส่วนหนึ่งในรูปของแสงอาทิตย์ นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า พลังงานแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบพื้นผิวโลกใน 1 ชั่วโมงนั้นมีค่าประมาณ 430 เซตตาจูล (zettajoules) ในขณะที่การใช้พลังงานของมนุษย์ทั่วโลกใน 1 ปีอยู่ที่ประมาณ 510 เอ็กซาจูล (exajoules) ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วจะพบว่า พลังงานแสงอาทิตย์ที่โลกได้รับใน 1 ชั่วโมงนั้น มากกว่าการใช้พลังงานของมนุ...

วาร์ทซิลาจับมือไอดส์วิค ออฟชอร์ ตอบรับกระแสแอมโมเนียในวงการเดินเรือ

วาร์ทซิลาจับมือไอดส์วิค ออฟชอร์ ตอบรับกระแสแอมโมเนียในวงการเดินเรือ วาร์ทซิลาจับมือไอดส์วิค ออฟชอร์ ตอบรับกระแสแอมโมเนียในวงการเดินเรือ อุตสาหกรรมการเดินเรือกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ บริษัทชั้นนำต่างพยายามแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือการใช้แอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก ซึ่งข้อตกลงล่าสุดระหว่างวาร์ทซิลา (Wärtsilä) บริษัทเทคโนโลยีทางทะเลระดับโลก กับ ไอดส์วิค ออฟชอร์ (Eidesvik Offshore) บริษัทเจ้าของเรือสัญชาตินอร์เวย์ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของอุตสาหกรรมการเดินเรือที่กำลังมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืน ข้อตกลงแห่งอนาคต ภายใต้ข้อตกลงนี้ วาร์ทซิลาจะทำการปรับปรุงเครื่องยนต์ของเรือสนับสนุนการก่อสร้างนอกชายฝั่ง “Viking Energy” ของบริษัทไอดส์วิค ออฟชอร์ โดยเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิมมาเป็นการใช้แอมโมเนีย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับปรุงนี้จะช่วยให้ “Viking Energy” ซึ่งให้บริการอยู่ที่ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งของ Equinor ในประเทศนอร์เวย์...

พลังงานสะอาดแห่งอนาคต: การทบทวนเชิงระบบของการประเมินเศรษฐกิจเทคโนโลยีและวัฏจักรชีวิตในการพัฒนา E-Fuel

พลังงานสะอาดแห่งอนาคต: การทบทวนเชิงระบบของการประเมินเศรษฐกิจเทคโนโลยีและวัฏจักรชีวิตในการพัฒนา E-Fuel พลังงานสะอาดแห่งอนาคต: การทบทวนเชิงระบบของการประเมินเศรษฐกิจเทคโนโลยีและวัฏจักรชีวิตในการพัฒนา E-Fuel โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำลังผลักดันให้เกิดการแสวงหานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด หนึ่งในโซลูชันที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “E-Fuel” หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน บทความวิจัย “Applied Sciences, Vol. 14, Pages 7321: Fuelling a Clean Future: A Systematic Review of Techno-Economic and Life Cycle Assessments in E-Fuel Development” ได้นำเสนอการทบทวนเชิงระบบของการประเมินเศรษฐกิจเทคโนโลยีและวัฏจักรชีวิตในการพัฒนา E-Fuel ซึ่งให้ภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับศักยภาพและความท้าทายของเทคโนโลยีนี้ ความสำคัญของ E-Fuel E-Fuel มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยมลพิษรายใหญ่ โดยกระบว...

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ในโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ การค้นพบใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หนึ่งในการค้นพบที่น่าสนใจคือบทบาทของน้ำในการช่วยประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทบาทของน้ำในกระบวนการประกอบเส้นใยชีวภาพ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการทางชีววิทยาหลายอย่าง รวมถึงการประกอบเส้นใยชีวภาพ จากการวิจัยพบว่า น้ำช่วยให้โมเลกุลชีวภาพสามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Materials พบว่า น้ำช่วยให้โปรตีนและโมเลกุลชีวภาพอื่นๆ สามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่มีคุณสมบัติ...

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ในโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ การค้นพบใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หนึ่งในการค้นพบที่น่าสนใจคือบทบาทของน้ำในการช่วยประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทบาทของน้ำในกระบวนการประกอบเส้นใยชีวภาพ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการทางชีววิทยาหลายอย่าง รวมถึงการประกอบเส้นใยชีวภาพ จากการวิจัยพบว่า น้ำช่วยให้โมเลกุลชีวภาพสามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Materials พบว่า น้ำช่วยให้โปรตีนและโมเลกุลชีวภาพอื่นๆ สามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่มีคุณสมบัติ...

วิจัยเผยวิธีผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าเดิม

วิจัยเผยวิธีผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าเดิม วิจัยเผยวิธีผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าเดิม ความท้าทายของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นทางเลือกสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมการบิน โดยปัจจุบัน SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเจ็ทแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักคือต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเชื้อเพลิงทั่วไปถึง 2-5 เท่า การค้นพบครั้งสำคัญ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งสวีเดน (Chalmers University of Technology) ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า " Gasification-Fischer-Tropsch (GFT) " ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิต SAF ได้ถึง 30-40% เมื่อเทียบกับวิธีการผลิตแบบเดิม Fun Fact: รู้หรือไม่? การบินเชิงพาณิชย์ทั่วโลกใช้เชื้อเพลิงมากกว่า 300 พันล้านลิตร ต่อปี หากเปลี่ยนมาใช้ SAF ทั้งหมดจะช่วยลดการปล่อย C...

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว และผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนมหาศาลของพลังงานทางเลือก ตั้งแต่ปี 2000 เยอรมนีได้ใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพลังงานแห่งเยอรมนี (Fraunhofer Institute) ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการติดตั้งกังหันลมกว่า 30,000 ตัว และแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนกว่า 10 ล้านหลังคาเรือน ผลกระทบต่อผู้บริโภค แม้จะมีความก้าวหน้าในการผลิตพลังงานสะอาด แต่ผู้บริโภคในเยอร...

พลังงานทดแทนคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการนำมาใช้?

พลังงานทดแทนคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการนำมาใช้? พลังงานทดแทนคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการนำมาใช้? ในยุคสมัยที่โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะต่างๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บีบบังคับให้มนุษย์ต้องหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า และแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ๆ ที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืน หนึ่งในทางออกที่สำคัญและได้รับความสนใจจากทั่วโลกคือ “พลังงานทดแทน” พลังงานทดแทน คืออะไร? พลังงานทดแทน หมายถึง พลังงานที่ได้จากแหล่งพลังงานธรรมชาติที่สามารถสร้างขึ้นทดแทนได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น แตกต่างจากพลังงานจากฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การใช้พลังงานทดแทนจึงเป็นการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลซึ่งกำลังจะหมดไปในอนาคต ประเภทของพลังงานทดแทนที่น่าสนใจ ...

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว และผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนมหาศาลของพลังงานทางเลือก ตั้งแต่ปี 2000 เยอรมนีได้ใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพลังงานแห่งเยอรมนี (Fraunhofer Institute) ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการติดตั้งกังหันลมกว่า 30,000 ตัว และแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนกว่า 10 ล้านหลังคาเรือน ผลกระทบต่อผู้บริโภค แม้จะมีความก้าวหน้าในการผลิตพลังงานสะอาด แต่ผู้บริโภคในเยอร...

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight

Water helps assembly of biofibers that could capture sunlight น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ น้ำช่วยในการประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ในโลกของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ การค้นพบใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หนึ่งในการค้นพบที่น่าสนใจคือบทบาทของน้ำในการช่วยประกอบเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทบาทของน้ำในกระบวนการประกอบเส้นใยชีวภาพ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการทางชีววิทยาหลายอย่าง รวมถึงการประกอบเส้นใยชีวภาพ จากการวิจัยพบว่า น้ำช่วยให้โมเลกุลชีวภาพสามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่สามารถจับแสงอาทิตย์ได้ การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Materials พบว่า น้ำช่วยให้โปรตีนและโมเลกุลชีวภาพอื่นๆ สามารถจัดเรียงตัวกันได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างเส้นใยชีวภาพที่มีคุณสมบัติ...

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค

20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค 20 ปีของพลังงานทางเลือกในเยอรมนี: ต้นทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ และผลกระทบต่อผู้บริโภค ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว และผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนมหาศาลของพลังงานทางเลือก ตั้งแต่ปี 2000 เยอรมนีได้ใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพลังงานแห่งเยอรมนี (Fraunhofer Institute) ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการติดตั้งกังหันลมกว่า 30,000 ตัว และแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนกว่า 10 ล้านหลังคาเรือน ผลกระทบต่อผู้บริโภค แม้จะมีความก้าวหน้าในการผลิตพลังงานสะอาด แต่ผู้บริโภคในเยอร...

ทำไมหุ่นยนต์ควรได้รับแรงบันดาลใจจากพืชมากขึ้น

ทำไมหุ่นยนต์ควรได้รับแรงบันดาลใจจากพืชมากขึ้น ทำไมหุ่นยนต์ควรได้รับแรงบันดาลใจจากพืชมากขึ้น ในโลกที่หุ่นยนต์มักถูกออกแบบตามแบบฉบับของมนุษย์หรือสัตว์ แต่นักวิจัยเริ่มหันมาสนใจ "พืช" ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งนวัตกรรมที่เรามองข้ามไป! 1. พืช: วิศวกรธรรมชาติที่เหนือชั้น งานวิจัยจาก Nature Scientific Reports (2021) เผยว่าพืชมีกลไกการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนโดยไม่ใช้กล้ามเนื้อหรือมอเตอร์: ดอกทานตะวันสามารถติดตามดวงอาทิตย์ได้ด้วยระบบ เซลล์ควบคุมน้ำ ต้นไมยราบปิดใบใน 0.1 วินาที โดยใช้กลไก การเปลี่ยนแปลงความดันน้ำ เมล็ดพืชบางชนิดสามารถเจาะดินได้ด้วยแรง เพียง 0.0001 วัตต์ 2. ข้อได้เปรียบของพืช vs สัตว์ ลักษณะ สัตว์/มนุษย์ พืช พลังงานที่ใช้ สูง (100-200 วัตต์/วัน) ต่ำมาก (0.001-0.1 วัตต์/วัน) ความทนทาน ต้องการการบำรุงรักษาสูง ทนทานด้วยตัวเ...

เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต: การเพิ่มประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบแนะนำที่ใช้ IoT

เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต: การเพิ่มประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบแนะนำที่ใช้ IoT เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต: การเพิ่มประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบแนะนำที่ใช้ IoT ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EVs) ได้กลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประสิทธิภาพและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับระบบแนะนำที่ใช้ IoT (Internet of Things) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างน่าทึ่ง IoT กับรถยนต์ไฟฟ้า: การเชื่อมต่อที่เปลี่ยนโลก IoT หรือ Internet of Things คือเครือข่ายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า IoT ช่วยให้รถสามารถสื่อสารกับระบบอื่นๆ เช่น สถานีชาร์จ แผงควบคุมพลังงาน และแม้แต่รถคันอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการวิจัยล่าสุดใน Technologies, Vol. 1...