ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ลอนดอน

ลอนดอนผงาดครองแชมป์เมืองค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลกอีกครั้ง

ลอนดอนผงาดครองแชมป์เมืองค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลกอีกครั้ง ลอนดอนผงาดครองแชมป์เมืองค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลกอีกครั้ง ลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร กลับมาครองตำแหน่งเมืองที่มีค่าก่อสร้างแพงที่สุดในโลกอีกครั้ง หลังจากเสียแชมป์ให้กับฮ่องกงไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การกลับมาผงาดในครั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และความขาดแคลนแรงงาน รายงานจาก Turner & Townsend บริษัทที่ปรึกษาด้านการก่อสร้างระดับโลก เผยว่า ค่าก่อสร้างในลอนดอนในปี 2566 นี้ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 7 โดยเฉลี่ยแล้ว การก่อสร้างอาคารสูงในใจกลางกรุงลอนดอนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6,500 ปอนด์ต่อตารางเมตร หรือราว 280,000 บาทต่อตารางเมตร เลยทีเดียว นอกจากลอนดอนแล้ว เมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วโลกก็เผชิญกับปัญหาค่าก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก เจนีวา ซูริก และโตเกียว โดยสาเหตุหลักๆ มาจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เ...

Taylor Swift กลับมาเยือนเวทีลอนดอน หลังแผนคอนเสิร์ตเวียนนาถูกเปิดเผย

Taylor Swift กลับมาเยือนเวทีลอนดอน หลังแผนคอนเสิร์ตเวียนนาถูกเปิดเผย Taylor Swift กลับมาเยือนเวทีลอนดอน หลังแผนคอนเสิร์ตเวียนนาถูกเปิดเผย Taylor Swift สั่นสะเทือนลอนดอนอีกครั้ง! หลังจากข่าวลือและกระแสความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนการแสดงคอนเสิร์ตของ Taylor Swift ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในที่สุดราชินีเพลงป๊อปก็ได้กลับมาปรากฏตัวบนเวทีอีกครั้ง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับแฟนเพลงชาวอังกฤษอย่างล้นหลาม การกลับมาครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการ และเพลงฮิตที่แฟนๆ รอคอย ความตื่นตระหนกที่เวียนนา ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับแผนการจัดคอนเสิร์ตของ Taylor Swift ที่กรุงเวียนนา ว่าอาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ข่าวนี้สร้างความกังวลให้กับแฟนๆ ที่รอคอยการแสดงของเธออย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงสาเหตุของความไม่แน่นอนนี้ แต่ก็มีการคาดเดากันไปต่างๆ นานา บางแหล่งข่าวระบุว่าเป็นปัญหาทางด้านโลจิสติกส์ ขณะที่บางกระแสเชื่อว่าเป็นผลมาจากความต้องการที่พุ่งสูงเกินความคาดหมาย ทำให้ทีมงานต้องทบทวนแผนการจัด...

แผนรับมือน้ำท่วมและพื้นปลูกดอกไม้: เมืองลอนดอนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว

แผนรับมือน้ำท่วมและพื้นปลูกดอกไม้: เมืองลอนดอนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว แผนรับมือน้ำท่วมและพื้นปลูกดอกไม้: เมืองลอนดอนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว แผนรับมือน้ำท่วมและพื้นปลูกดอกไม้: เมืองลอนดอนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว ในช่วงเวลาที่สภาพอากาศทั่วโลกมีความแปรปรวนมากขึ้น เมืองใหญ่ ๆ อย่างลอนดอนกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วม และคลื่นความร้อน เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ทางเมืองลอนดอนได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสภาพอากาศ โดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่สีเขียวในเมือง แผนรับมือน้ำท่วม ลอนดอนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมสูง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงหลายครั้ง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและธุรกิจจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหานี้ ลอนดอนได้ลงทุนมหาศาลในการปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการสร้างกำแพงกั้นน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ทางเมืองยังส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่ว...

อหิวาตกโรคในลอนดอนยุควิคตอเรีย: การระบาดที่เปลี่ยนแปลงเมือง

อหิวาตกโรคในลอนดอนยุควิคตอเรีย: การระบาดที่เปลี่ยนแปลงเมือง ลอนดอนในยุควิคตอเรีย ภาพที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกของเรามักจะเป็นภาพแห่งความเจริญรุ่งเรือง อันประกอบไปด้วยพระราชวังอันงดงาม นวัตกรรมล้ำสมัย และสังคมชั้นสูงที่หรูหรา อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังภาพลักษณ์อันรุ่งโรจน์นั้น กลับซ่อนความจริงอันโหดร้ายไว้ นั่นคือ การระบาดของอหิวาตกโรค โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน และส่งผลให้ลอนดอนต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล การระบาดครั้งใหญ่ครั้งแรกในลอนดอน เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1832 ในยุคสมัยที่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดยังมีอยู่อย่างจำกัด ผู้คนต่างหวาดกลัวโรคประหลาด ที่มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง อาเจียน และร่างกายขาดน้ำอย่างหนัก ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ในช่วงเวลานั้น เชื่อกันว่าอหิวาตกโรคแพร่ระบาดผ่านอากาศเสีย หรือ "miasma" ทฤษฎีนี้ส่งผลให้ความสนใจไปตกอยู่กับความสะอาดของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านสลัมที่แออัดและสกปรก หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชาวลอนดอนตระหนักถึงความร้ายแรงของอหิวาตกโรค คือ การระบาดในปี ค.ศ. 1854 ณ ย่านโซโห แพทย์หนุ...

Artist Yinka Ilori transforms Piccadilly Circus with vibrant installation

Artist Yinka Ilori transforms Piccadilly Circus with vibrant installation Artist Yinka Ilori transforms Piccadilly Circus with vibrant installation ศิลปินชื่อดัง Yinka Ilori ได้เปลี่ยนโฉมจัตุรัส Piccadilly Circus ด้วยผลงานศิลปะสุดตระการตา ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสและลวดลายเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ผลงานที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ การติดตั้งผลงานศิลปะครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร บนถนนรอบจัตุรัส Piccadilly Circus ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่แยกที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดในลอนดอน โดยมีผู้คนเดินผ่านมากกว่า 100,000 คนต่อวัน Fun Fact น่าสนใจ Yinka Ilori ใช้สีมากถึง 48 สีต่างกัน ในผลงานชิ้นนี้ โดยแต่ละสีถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของลอนดอน แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไนจีเรีย Ilori ซึ่งมีเชื้อสายไนจีเรีย ได้รับแรงบันดาลใจจาก ผ้าแอฟริกันแบบดั้งเดิม และ สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ของลอนดอน ผลงานของเขามักผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมแอฟริกันกับสไตล์ตะวันตกอย่างลงตัว สถิติที่น่าสนใจขอ...

ผลงานศิลปะ Banksy บนตู้ยามลอนดอน ถูกตำรวจตราหน้าว่า "ทำลายทรัพย์สิน"

ผลงานศิลปะ Banksy บนตู้ยามลอนดอน ถูกตำรวจตราหน้าว่า "ทำลายทรัพย์สิน" ศิลปินนิรนามลึกลับอย่าง Banksy ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกศิลปะอีกครั้ง คราวนี้เขาได้แปลงตู้ยามธรรมดาในลอนดอนให้กลายเป็นตู้ปลาขนาดยักษ์ ผลงานศิลปะชิ้นนี้ถูกค้นพบในย่านเซาธ์แบงค์ ใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา ผลงานศิลปะชิ้นนี้มีชื่อว่า "Banksy Aquarium" ประกอบด้วยตู้ยามโทรศัพท์สีแดงสดใส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษ ถูกดัดแปลงภายในให้เป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยน้ำ พืชน้ำ และปลาทองแหวกว่ายอย่างอิสระ ด้านบนตู้ยามมีป้ายติดอยู่ เขียนข้อความว่า "Please don't feed the fish" ("กรุณาอย่าให้อาหารปลา") อย่างไรก็ตาม แม้ผลงานศิลปะชิ้นนี้จะสร้างความสุขให้กับผู้พบเห็น แต่ดูเหมือนว่าทางการจะไม่ปลื้มนัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ผลงานของ Banksy ถือเป็นการ "ทำลายทรัพย์สิน" และกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เหตุการ...

Jack the Ripper: ฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนแห่งลอนดอน

Jack the Ripper: ฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนแห่งลอนดอน Jack the Ripper: ฆาตกรต่อเนื่องชื่อกระฉ่อนแห่งลอนดอน ปี ค.ศ. 1888 ชื่อของ "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์" ได้กลายเป็นที่กล่าวขานและสร้างความหวาดกลัวไปทั่วลอนดอน โดยเฉพาะย่านอีสต์เอนด์ อันเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมสยองขวัญที่เขย่าขวัญชาวเมือง เหยื่อของเขาล้วนเป็นหญิงสาวขายบริการ ซึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมด้วยวิธีการที่เลือดเย็นและน่าสยดสยอง ทั้งการปาดคอ ผ่าท้อง และนำอวัยวะภายในออกมาวางไว้ข้างกายศพ ความโหดร้ายทารุณของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ ได้สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับสังคมลอนดอนในยุควิกตอเรีย และแม้เวลาจะผ่านไปกว่าร้อยปี คดีของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เงื้อมมือสังหารในย่านอีสต์เอนด์ เหยื่อรายแรกของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ คือ แมรี แอนน์ นิโคลส์ ถูกพบเป็นศพเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1888 บนถนนบั๊คส์โรว์ ในสภาพลำคอถูกปาดเป็นแผลเหวอะหวะ และท้องถูกผ่าเปิด หนึ่งสัปดาห์ต่อมา แอนนี่ แชปแมน กลายเป็นเหยื่อรายที่สอง เธอถูกพบเป็นศพในสภ...

มหันตภัยเบียร์ลอนดอน: เมื่อ 400,000 แกลลอน ไหลทะลักท่วมเมือง

มหันตภัยเบียร์ลอนดอน: เมื่อ 400,000 แกลลอน ไหลทะลักท่วมเมือง มหันตภัยเบียร์ลอนดอน: เมื่อ 400,000 แกลลอน ไหลทะลักท่วมเมือง ในวันที่ 17 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1814 ใจกลางกรุงลอนดอนต้องเผชิญกับหายนะที่ไม่น่าเกิดขึ้น ไม่ใช่ไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรือแม้แต่การจลาจล แต่เป็น "น้ำท่วมเบียร์" เหตุการณ์ประหลาดที่พรากชีวิตผู้คนไป 8 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ เบียร์ถล่ม: เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย? แม้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่มหันตภัยเบียร์ลอนดอนเป็นเรื่องจริง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเบียร์ Meux and Company ในย่าน St. Giles โรงเบียร์ขนาดมหึมานี้เก็บถังหมักเบียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นบรรจุเบียร์มากกว่า 400,000 แกลลอน หรือเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกเกือบสองสระ! สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้คือห่วงเหล็กที่ยึดถังเบียร์ขนาดยักษ์เกิดชำรุด ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ถังอื่นๆ พังทลายลงตามๆ กัน คลื่นเบียร์มหาศาลสูงกว่า 15 ฟุต กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า บ้านเรือน ร้านค้า และโรงงานพังพินาศ ชาวบ้านจำนวนมากติดอยู่ในซากปรักหักพัง มากกว่าความสูญเ...

อหิวาตกโรคในลอนดอนยุควิคตอเรีย: ความน่ากลัวที่เปลี่ยนแปลงเมือง

อหิวาตกโรคในลอนดอนยุควิคตอเรีย: ความน่ากลัวที่เปลี่ยนแปลงเมือง อหิวาตกโรคในลอนดอนยุควิคตอเรีย: ความน่ากลัวที่เปลี่ยนแปลงเมือง ลอนดอนในยุควิคตอเรีย ภาพลักษณ์ที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกของเรามักจะเป็นภาพของความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่น้อยคนนักที่จะนึกถึงด้านมืดของยุคสมัยแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้ เบื้องหลังภาพลักษณ์อันรุ่งโรจน์ คือสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดยัดเยียด สุขอนามัยที่ย่ำแย่ และความยากจนข้นแค้นที่แผ่ขยายไปทั่ว โดยเฉพาะในเขตอีสต์เอนด์ สภาพการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย และหนึ่งในโรคระบาดที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวลอนดอนในยุคนั้นที่สุดคือ "อหิวาตกโรค" การระบาดที่เขย่าขวัญ เชื้ออหิวาตกโรคเดินทางมาถึงลอนดอนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1831 นำมาโดยเรือบรรทุกสินค้าจากอินเดีย การระบาดครั้งแรกนี้รุนแรงและรวดเร็ว คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 6,500 คน แต่ความเลวร้ายยังไม่จบเพียงแค่นั้น ตลอดช่วงยุควิคตอเรีย อหิวาตกโรคได้กลับมาระบ...

แฟนเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ แห่กันมาลอนดอนจนสถานีคิงส์ครอสต้องอพยพคน!

แฟนเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ แห่กันมาลอนดอนจนสถานีคิงส์ครอสต้องอพยพคน! แฟนเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ แห่กันมาลอนดอนจนสถานีคิงส์ครอสต้องอพยพคน! แฟนเพลงเทย์เลอร์ สวิฟต์ แห่กันมาลอนดอนจนสถานีคิงส์ครอสต้องอพยพคน! เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายขึ้นที่สถานีรถไฟคิงส์ครอส กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อแฟนเพลงของซุปเปอร์สตาร์สาว เทย์เลอร์ สวิฟต์ จำนวนมาก เดินทางมารวมตัวกันเพื่อไปชมคอนเสิร์ต The Eras Tour ของเธอที่สนามกีฬาเวมบลีย์ ทำให้เกิดความแออัดอย่างหนักจนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากสถานีชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย สื่อต่างๆ รายงานว่าบรรยากาศภายในสถานีคิงส์ครอสเต็มไปด้วยแฟนเพลงที่สวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่แสดงถึงความเป็น “Swiftie” ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสกรีนลายหน้าเทย์เลอร์ ป้ายไฟ และอื่นๆ ทำให้สถานีแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืน โดยมีรายงานว่ามีผู้คนติดค้างอยู่ภายในสถานีเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเป็นอย่างมาก การอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็น หลังจากที่แฟนเพลงจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางมาถึงสถานี เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปิดสถ...