ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ อนุรักษ์ทะเล

ปลาฉลามวาฬ: ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล

ปลาฉลามวาฬ: ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล ท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลของมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตนับล้านๆ สายพันธุ์ต่างแหวกว่าย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสลับซับซ้อน หนึ่งในนั้นคือเจ้าของฉายา “ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ยักษ์ใหญ่ใจดีที่แม้แต่มนุษย์ยังต้องทึ่ง “ปลาฉลามวาฬ” ปลาฉลามวาฬ (Whale Shark) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhincodon typus เป็นปลาขนาดมหึมาที่สามารถเติบโตได้ยาวถึง 12 เมตร หรือเทียบเท่ากับรถบัสขนาดใหญ่! และมีน้ำหนักเฉลี่ยถึง 21.5 ตัน ผิวหนังสีเทาอมน้ำเงินของพวกมันประดับประดาไปด้วยจุดขาวและแถบสีอ่อนเป็นลายเฉพาะตัว คล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ใช้แยกแยะพวกมันออกจากกันได้ แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มปลาฉลาม แต่ยักษ์ใหญ่ใจดีนี้กลับเป็นมิตรกับมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ อาหารหลักของพวกมันคือแพลงก์ตอนสัตว์และสัตว์ทะเลขนาดเล็ก โดยใช้วิธีการกรองกินอาหาร คือการอ้าปากกว้าง ดูดน้ำทะเลเข้าไปพร้อมกับแพลงก์ตอน แล้วกรองน้ำออกทางเหงือก ซึ่งมีซี่กรองอาหารขนาดเล็กคอยดักจับอาหารไว้ Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า ปากของปลาฉลามวาฬสามารถกว้างได้ถึง 1.5 เมตร! และภาย...

มหัศจรรย์ใต้ท้องทะเล: นกเพนกวินนักดำน้ำตัวยง

มหัศจรรย์ใต้ท้องทะเล: นกเพนกวินนักดำน้ำตัวยง นกเพนกวิน สัตว์ปีกแสนน่ารักที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยท่าทางการเดินเตาะแตะและรูปร่างที่ดูอุ้ยอ้าย อาจทำให้หลายคนคิดว่าพวกมันบินไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว นกเพนกวินเป็นนักว่ายน้ำตัวยงที่มีวิวัฒนาการอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการดำน้ำลึกและกลั้นหายใจเป็นเวลานาน ซึ่งนกเพนกวินบางสายพันธุ์นั้น สามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 500 เมตร และกลั้นหายใจได้นานกว่า 20 นาที เชียวล่ะ ความลับของนักดำน้ำขนเฟอร์ ความสามารถในการดำน้ำอันน่าทึ่งของนกเพนกวินนั้น เกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน โดยธรรมชาติได้ออกแบบร่างกายของพวกมันมาอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น: กระดูกที่หนักแน่น: แตกต่างจากนกทั่วไปที่กระดูกกลวงเพื่อช่วยในการบิน นกเพนกวินมีกระดูกที่หนักแน่น ช่วยในการปรับระดับแรงดันน้ำขณะดำลึก ปีกที่พัฒนาเป็นครีบ: ปีกของนกเพนกวินวิวัฒนาการกลายเป็นครีบแบนราบและแข็งแรง ช่วยในการพุ่งตัวอย่างรวดเร็วและควบคุมทิศทางใต้น้ำ ขนที่กันน้ำได้ดีเยี่ยม: ขนของนกเพนกวินเรียงตัวกันแน่นและเคลือบด้วยน้ำมัน ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นแม้ในน้ำเย็นจ...

ปลากระเบนราหู: ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล

ปลากระเบนราหู: ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล ใต้ผืนน้ำสีครามอันกว้างใหญ่ไพศาล มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์แหวกว่ายและดำรงชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในนั้นคือ ปลากระเบนราหู หรือ Manta Ray ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล เจ้าของฉายา "ปลากระดูกอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก" ด้วยขนาดอันมหึมาที่เทียบเท่ากับรถบัส! ทำความรู้จักกับ Manta Ray ปลากระเบนราหู (Manta Ray) เป็นปลากระดูกอ่อนในวงศ์ Mobulidae ญาติสนิทกับปลากระเบนทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยเฉลี่ยแล้วปลากระเบนราหูที่โตเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 4-5 เมตร แต่บางตัวสามารถเติบโตได้ถึง 7 เมตร น้ำหนักกว่า 1,300 กิโลกรัม เทียบเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็กเลยทีเดียว! ลักษณะเด่นของปลากระเบนราหูคือ ครีบหูขนาดใหญ่ที่กางออกด้านข้างคล้ายปีก ส่วนหัวแบนกว้าง มีช่องปากขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของลำตัว และมี "เขา" 2 ข้าง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกรองแพลงก์ตอน อาหารหลักของพวกมัน จากกระแสน้ำ ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่และดูน่าเกรงขาม แต่ปลากระเบนราหูเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย พวกมันเป็นมิตรกับนักดำน...

สาหร่าย: ผู้ปิดทองหลังพระกับบทบาทอันยิ่งใหญ่ในระบบนิเวศทางทะเล

สาหร่าย: ผู้ปิดทองหลังพระกับบทบาทอันยิ่งใหญ่ในระบบนิเวศทางทะเล ท่ามกลางผืนน้ำสีครามอันกว้างใหญ่ไพศาล โลกใต้ท้องทะเลนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและสิ่งมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์มากมาย หนึ่งในนั้นคือ “สาหร่าย” สิ่งมีชีวิตที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ว่า สาหร่ายนั้นเปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ คอยทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล บทความนี้นำพาทุกท่านดำดิ่งลงสู่โลกใต้น้ำ เพื่อสำรวจความสำคัญและบทบาทอันน่าทึ่งของสาหร่าย ที่ส่งผลต่อโลกใบนี้มากกว่าที่เราคิด แหล่งผลิตออกซิเจนหลักของโลกใต้น้ำ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สาหร่ายคือผู้ผลิตออกซิเจนรายใหญ่ที่สุดในมหาสมุทร ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง โดยงานวิจัยระบุว่า สาหร่ายขนาดเล็กที่เรียกว่า “แพลงก์ตอนพืช” ผลิตออกซิเจนให้กับโลกมากกว่า 50% ซึ่งมากกว่าออกซิเจนที่ผลิตจากต้นไม้บนพื้นดินเสียอีก นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ฐานของห่วงโซ่อาหาร สาหร่ายเป็นเสมือนอาหารจานหลักของสัตว์ทะเลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ ปลาขนาดเล็ก ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างพะยูน การเติบโตของสาหร่ายจึง...

อะไรคือการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมสภาพ?

อะไรคือการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมสภาพ? ปะการัง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่รวมตัวกันเป็นบ้านหลังใหญ่ใต้น้ำ แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และเป็นดั่งกำแพงป้องกันชายฝั่งจากคลื่นลม แต่ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มหาสมุทรของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น มลพิษ และกิจกรรมของมนุษย์ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปะการังทั่วโลกเสื่อมโทรมลง การศึกษาวิจัยเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างมุ่งมั่นค้นหา เพื่อรักษาความงดงามและความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเลเอาไว้ นวัตกรรมเพื่อปะการัง: จากห้องแล็บสู่ท้องทะเล หนึ่งในความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นที่สุดในวงการวิจัยปะการังคือการเพาะเลี้ยงปะการังในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์สามารถเพาะพันธุ์ตัวอ่อนปะการังในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า "การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ" (Sexual propagation) และ "การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ" (Asexual propagation) เมื่อตัวอ่อนปะการังแข็งแรงพอ พวกมันจะถูกนำไปปลูกถ่ายในพื้นที่แนวปะก...

90% ปะการังหายไป? เปิดโลกใต้ทะเลฟิจิ ดินแดนที่ 'สวยงาม' เคียงข้าง 'ความเปราะบาง'

90% ปะการังหายไป? เปิดโลกใต้ทะเลฟิจิ ดินแดนที่ 'สวยงาม' เคียงข้าง 'ความเปราะบาง' 90% ปะการังหายไป? เปิดโลกใต้ทะเลฟิจิ ดินแดนที่ 'สวยงาม' เคียงข้าง 'ความเปราะบาง' ฟิจิ... แค่เอ่ยชื่อประเทศนี้ ภาพหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส และปะการังหลากสีสันก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฟิจิจึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำและเป็นจุดหมายปลายยอดนิยม แต่เบื้องหลังความงามที่เราเห็น ความจริงที่น่าตกใจก็คือ กว่า 90% ของแนวปะการังในแถบสามเหลี่ยมปะการัง (Coral Triangle) ซึ่งรวมถึงฟิจิ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก สาเหตุที่ทำให้ปะการังฟอกขาว: ภัยเ silencioso ที่ทำลายโลกใต้น้ำ ปะการังฟอกขาว เกิดจากอะไรกันแน่? คำตอบง่ายๆ ก็คือ อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นนั่นเอง ภาษาง่ายๆ เหมือนกับเวลาที่เราเป็นไข้ ตัวร้อน ผิวของเราก็จะแดงก่ำ ใช่มั้ยล่ะ? ปะการังก็เช่นกัน เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น ปะการังจะเกิดความเครียด และขับไล่สาหร่ายเซลล์เดียวชื่อ “ซูแซนเทลลี่” ซึ่งเป็นสาหร่ายที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง ส่งผลให้ปะการังสูญเสียสีสัน กลายเป็นสีขาวซีด และหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างท...

ทำไมปะการังถึงต้องการแสงแดด

ทำไมปะการังถึงต้องการแสงแดด ปะการัง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สร้างโครงสร้างหินปูนอันงดงามใต้ท้องทะเล เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลก แต่เบื้องหลังความสวยงามนี้ ปะการังมีความลับที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ นั่นคือ พวกมันพึ่งพาแสงแดดในการดำรงชีวิตอย่างมาก ความสัมพันธ์อันน่าทึ่งระหว่างปะการังและสาหร่าย ความลับของปะการังอยู่ที่ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่เรียกว่า "ซูแซนเทลลี" (Zooxanthellae) ซึ่งอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง สาหร่ายเหล่านี้เปรียบเสมือนโรงงานผลิตอาหารขนาดจิ๋วที่ใช้แสงแดด น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร กระบวนการสังเคราะห์แสงของซูแซนเทลลี ไม่เพียงแต่สร้างอาหารให้ปะการังเท่านั้น แต่ยังสร้างพลังงานให้กับปะการังในการเจริญเติบโต สร้างโครงสร้างหินปูน และดำรงชีวิตอยู่ได้ แสงแดด: ปัจจัยสำคัญต่อสีสันอันงดงามของปะการัง หลายคนอาจไม่รู้ว่า สีสันสดสวยของปะการังนั้น ส่วนหนึ่งมาจากซูแซนเทลลีนั่นเอง รงควัตถุในสาหร่ายเหล่านี้ ไ...

ปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไร?

ปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไร? ปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างไร? ปะการัง ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เปรียบเสมือนอัญมณีแห่งท้องทะเล มีความสวยงามและมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมาก แต่พวกมันกำลังเผชิญกับภัยคุกคำรามต่าง ๆ เช่น มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำประมงที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของปะการังอย่างมาก แล้วปะการังเหล่านี้สามารถฟื้นฟูตัวเองจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างไร? กระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของปะการัง โดยปกติแล้ว ปะการังมีกลไกการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอยู่สองวิธีหลัก ๆ ได้แก่ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ: ปะการังจะปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาผสมพันธุ์กันในน้ำ ตัวอ่อนที่เกิดขึ้นจะล่องลอยไปกับกระแสน้ำ และเกาะตัวกับพื้นแข็งเพื่อเจริญเติบโตเป็นปะการังต้นใหม่ต่อไป การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ: ปะการังแตกหน่อหรือแตกชิ้นส่วนออกมา โดยชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถเจริญเติบโตเป็นปะการังต้นใหม่ได้หากมีสภ...

ปะการัง: โลกสีสันใต้ท้องทะเล แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ

ปะการัง: โลกสีสันใต้ท้องทะเล แหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ แม้จะดูคล้ายก้อนหินหรือต้นไม้แปลกตาใต้ท้องทะเล แต่ "ปะการัง" กลับเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรียกว่า "โพลิป" อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมหาศาล สร้างโครงสร้างแข็งภายนอกจากแคลเซียมคาร์บอเนต ก่อเกิดเป็นแนวปะการัง อันเป็นระบบนิเวศทางทะเลที่ซับซ้อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมดุลของโลก ความน่าทึ่งของปะการังไม่ได้มีเพียงแค่สีสันและรูปร่างที่หลากหลาย แต่ยังอยู่ที่ความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่ง พวกมันเป็นบ้านหลังใหญ่ แหล่งอาหาร และแหล่งขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนับไม่ถ้วน เปรียบเสมือน "ป่าฝนแห่งท้องทะเล" ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา ความหลากหลายของชนิดพันธุ์: มากกว่าแค่สีสัน แนวปะการังทั่วโลกเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมากถึง 25% ของทั้งหมด แม้จะครอบคลุมพื้นที่เพียง 1% ของพื้นที่มหาสมุทรก็ตาม ตัวเลขที่น่าทึ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศปะการังได้เป็นอย่างดี ภายในแนวปะการัง เราจะพบกับความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ตั้งแต่ปลาหลากสีสันสวยงา...

ปลาหมึกบลูริง: มนต์เสน่ห์แห่งมหาสมุทรที่ใกล้สูญพันธุ์

ปลาหมึกบลูริง: มนต์เสน่ห์แห่งมหาสมุทรที่ใกล้สูญพันธุ์ ปลาหมึกบลูริง: มนต์เสน่ห์แห่งมหาสมุทรที่ใกล้สูญพันธุ์ ท่ามกลางความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่งของท้องทะเล ปลาหมึกบลูริง (Blue-ringed octopus) ปรากฏกายขึ้นเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าหลงใหลและน่าเกรงขามที่สุด ด้วยขนาดเล็กจิ๋ว ราวกับผลวอลนัท แต่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรงที่สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ความงามอันโดดเด่นของวงแหวนสีฟ้าสดใสที่เรืองแสงทั่วตัว เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น บ่งบอกถึงอันตรายอันร้ายแรงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความงดงาม น่าเศร้าที่มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลชนิดนี้กำลังตกอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ ภัยคุกคามจากการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย มลพิษทางทะเล และการล่าเพื่อการค้า ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนประชากรปลาหมึกบลูริงที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ระบุว่า ปลาหมึกบลูริงอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคาม โดยคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรลดลงมากกว่า 30% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วงจรชีวิตและพฤติกรรมอันน่าทึ่ง ปลาหมึกบลูริงมีว...

95% ของอาหารวาฬสเปิร์มคือปลาหมึก!บทบาทอันทรงพลังของปลาหมึกกระดองในห่วงโซ่อาหาร

95% ของอาหารวาฬสเปิร์มคือปลาหมึก! บทบาทอันทรงพลังของปลาหมึกกระดองในห่วงโซ่อาหาร 95% ของอาหารวาฬสเปิร์มคือปลาหมึก! บทบาทอันทรงพลังของปลาหมึกกระดองในห่วงโซ่อาหาร คุณอาจจะแปลกใจเมื่อรู้ว่า สัตว์ทะเลตัวเล็กๆอย่าง ปลาหมึกกระดอง กลับมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารของมหาสมุทร พวกมันเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างแพลงก์ตอนขนาดเล็กที่พวกมันกิน และนักล่าขนาดใหญ่ที่กินพวกมันเป็นอาหาร ปลาหมึกกระดอง: อาหารชั้นเลิศของท้องทะเล ปลาหมึกกระดองเป็นแหล่งอาหารโปรตีนชั้นเยี่ยมสำหรับสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด ตั้งแต่ ปลาทูน่า ปลาฉลาม แมวน้ำ สิงโตทะเล นกทะเล ไปจนถึง วาฬ Fun Fact วาฬสเปิร์มที่โตเต็มวัยสามารถกินปลาหมึกกระดองได้มากถึง 1 ตัน หรือประมาณ รถยนต์ขนาดเล็ก 1 คันต่อวัน! ไม่เพียงแค่นั้น ปลาหมึกกระดองยังเป็นอาหารหลักของสัตว์ทะเลที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เช่น เพนกวินจักรพรรดิ แมวน้ำช้าง อัลบาทรอส ซึ่งสัตว์เหล่านี้ล้วนมีบทบาทในการควบคุมประชากรของสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อปลาหมึกกระดอง ปัจจุบัน ปลาหมึกกระดองกำลังเ...

ไขความลับโลกใต้ทะเล: การสืบพันธุ์ของปลาเก๋าอันน่าพิศวง

ไขความลับโลกใต้ทะเล: การสืบพันธุ์ของปลาเก๋าอันน่าพิศวง ปลาเก๋า ราชาแห่งพื้นทราย ผู้ครองอาณาจักรรีฟและโขดหิน ใต้ผืนน้ำสีคราม พวกมันไม่เพียงเป็นที่หมายปองของนักชิม แต่ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเรื่องราวอันน่าทึ่งซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวการสืบพันธุ์ที่เต็มไปด้วยสีสันและความแปลกประหลาด วันนี้เราจะพาทุกท่านดำดิ่งลงสู่โลกใต้น้ำ เพื่อไขความลับอันน่าพิศวงของการสืบพันธุ์ปลาเก๋า ความมหัศจรรย์แรกที่เราต้องทึ่งก็คือ ปลาเก๋าส่วนใหญ่เป็นปลาที่เรียกว่า "แบบเปลี่ยนเพศได้" (Protogynous hermaphrodites) ฟังดูซับซ้อนใช่มั้ยล่ะ? อธิบายง่ายๆก็คือ ปลาเก๋าเกิดมาเป็นเพศเมียก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเพศผู้เมื่อโตเต็มวัย! โดยทั่วไปแล้ว ปลาเก๋าจะเริ่มต้นชีวิตในฐานะปลาเพศเมีย ใช้เวลาประมาณ 2-6 ปีในการเติบโตและขยายเผ่าพันธุ์ จากนั้นเมื่ออายุได้ประมาณ 9-10 ปี ฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนแปลง พวกมันจะแปรสภาพกลายเป็นปลาเพศผู้ ที่มีขนาดใหญ่ ก้าวร้าว และพร้อมต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขตและคู่ครอง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับปลาเก๋าทุกตัวเสมอไป นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผล...

บล็อบฟิช: ปลาทะเลน้ำลึกหน้าตาประหลาด ที่คุณพึ่งเคยได้ยินชื่อ

บล็อบฟิช: ปลาทะเลน้ำลึกหน้าตาประหลาด ที่คุณพึ่งเคยได้ยินชื่อ รู้หรือไม่? ในขณะที่เรากำลังใช้ชีวิตประจำวันกันอยู่บนพื้นดินนั้น ใต้ท้องทะเลลึกสุดมืดมิด ยังมีสิ่งมีชีวิตสุดแปลกประหลาดที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน หนึ่งในนั้นคือ “บล็อบฟิช” (Blobfish) ปลาน้ำลึกหน้าตาประหลาด ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สัตว์ที่น่าเกลียดที่สุดในโลก” บล็อบฟิชคืออะไร? ทำไมถึงหน้าตาแปลกประหลาด? บล็อบฟิช (Blobfish) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psychrolutes marcidus เป็นปลาน้ำลึกที่อาศัยอยู่ในเขตมหาสมุทรแอตแลนติก ตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และแทสเมเนีย พบได้ในระดับความลึก 600-1,200 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแรงดันน้ำมหาศาลและแสงแดดส่องไม่ถึง ลักษณะเด่นที่ทำให้บล็อบฟิชดูแปลกประหลาด คือรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนก้อนวุ้นสีชมพู มีจมูกโต ๆ ปากคว่ำ และดวงตาที่เล็กมาก ๆ เกือบมองไม่เห็น ความจริงแล้ว ร่างกายของบล็อบฟิชไม่ได้มีโครงสร้างเป็นกระดูกแข็งเหมือนปลาชนิดอื่น ๆ แต่มันกลับมีร่างกายประกอบด้วยเนื้อเยื่อคล้ายเจลาตินที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดภายใต้แรงดันมหาศาลในทะเลลึก ...