ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ดาวอังคาร

องค์การอวกาศยุโรปกับการสำรวจดาวอังคาร: ภารกิจไขปริศนาดาวเคราะห์แดง

องค์การอวกาศยุโรปกับการสำรวจดาวอังคาร: ภารกิจไขปริศนาดาวเคราะห์แดง ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด เป็นเป้าหมายของการสำรวจอวกาศมาอย่างยาวนาน องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการไขปริศนาของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเรา ESA ได้ส่งยานสำรวจอวกาศไปยังดาวอังคารหลายลำ เพื่อศึกษาองค์ประกอบ บรรยากาศ และประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดาวเคราะห์สีแดง จุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ดาวอังคาร การเดินทางของ ESA สู่ดาวอังคารเริ่มต้นขึ้นในปี 2003 กับภารกิจ Mars Express ยานอวกาศ Mars Express ประกอบด้วยยานโคจรและยานลงจอด Beagle 2 แม้ว่ายาน Beagle 2 จะลงจอดบนดาวอังคารไม่สำเร็จ แต่ยานโคจร Mars Express ยังคงส่งข้อมูลล้ำค่าเกี่ยวกับบรรยากาศ พื้นผิว และใต้พื้นผิวของดาวอังคารกลับมายังโลก ยาน Mars Express ค้นพบหลักฐานสำคัญของน้ำแข็งใต้พื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของน้ำบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ExoMars: การตามล่าหาสิ่งมีชีวิต ในปี 2016 ESA ร่วมมือกับ Roscosmos องค์การอวกาศรัสเซีย เปิดตัวภารกิจ ExoMars ซึ่งประกอบด้วยสองส่วนคือยานโคจร T...

การค้นพบน้ำในสถานะของเหลวใต้พื้นผิวดาวอังคาร

การค้นพบน้ำในสถานะของเหลวใต้พื้นผิวดาวอังคาร การค้นพบน้ำในสถานะของเหลวใต้พื้นผิวดาวอังคาร มนุษย์เราเฝ้าค้นหาคำตอบมาอย่างยาวนานว่า ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ใกล้โลกของเรานั้น เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่ การค้นพบหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยทางน้ำบนพื้นผิว หรือแร่ธาตุที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตในอดีต ล้วนแต่ทำให้ความหวังที่จะพบคำตอบนั้นใกล้เข้ามาทุกที และเมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ประกาศการค้นพบที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก นั่นคือ การค้นพบ "น้ำในสถานะของเหลว" ใต้พื้นผิวดาวอังคาร 1. หลักฐานที่บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของน้ำ การค้นพบครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นจากการใช้เรดาร์ (Radar) ชื่อ MARSIS (Mars Advanced Radar for Subsurface and Ionosphere Sounding) ซึ่งติดตั้งอยู่บนยานอวกาศ Mars Express ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) โดยเรดาร์นี้สามารถส่งคลื่นวิทยุลงไปใต้พื้นผิวดาวอังคาร และวิเคราะห์คลื่นที่สะท้อนกลับมา ซึ่งลักษณะของคลื่นที่สะท้อนกลับมาจากบริเวณขั้วใต้ของดาวอังคาร บ่งชี้ว่ามี "ทะเลสาบ" ขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นผิวที่หนาวเย็...

ภารกิจส่งดาวเทียมราคาประหยัดสู่ดาวอังคาร: เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมการสำรวจอวกาศ

ภารกิจส่งดาวเทียมราคาประหยัดสู่ดาวอังคาร: เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมการสำรวจอวกาศ ภารกิจส่งดาวเทียมราคาประหยัดสู่ดาวอังคาร: เทคโนโลยีเปลี่ยนเกมการสำรวจอวกาศ ทำไมดาวเทียมราคาถูกถึงเป็น game changer? ในอดีตภารกิจสำรวจดาวอังคารต้องใช้งบประมาณมหาศาล ตัวอย่างเช่น ยาน Mars Reconnaissance Orbiter ของ NASA มีมูลค่าสูงถึง 720 ล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี CubeSat และ SmallSat ทำให้ส่งดาวเทียมขนาดเล็กไปดาวอังคารด้วยงบเพียง 1-10 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น! สถิติที่น่าทึ่งของดาวเทียมราคาประหยัด น้ำหนักลดลงจากหลายตันเหลือเพียง 1-50 กิโลกรัม ระยะเวลาพัฒนาจาก 10 ปี เหลือเพียง 2-3 ปี อัตราความสำเร็จของภารกิจเพิ่มจาก 60% เป็น 85% ในทศวรรษที่ผ่านมา ตารางเปรียบเทียบดาวเทียมแบบดั้งเดิม vs ดาวเทียมราคาประหยัด รายการ แบบดั้งเดิม ราคาประหยัด ค่าใช้จ่าย ...

ทะเลสาบบนดาวอังคารโบราณ: มหาสมุทรที่สาบสูญ?

ทะเลสาบบนดาวอังคารโบราณ: มหาสมุทรที่สาบสูญ? ทะเลสาบบนดาวอังคารโบราณ: มหาสมุทรที่สาบสูญ? ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพื่อนบ้านของเรา เต็มไปด้วยปริศนาที่ชวนให้ค้นหา หนึ่งในนั้นคือร่องรอยของแหล่งน้ำในอดีตที่บ่งบอกว่าดาวอังคารอาจเคยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งคือการค้นพบทะเลสาบโบราณขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าทะเลสาบใดๆ บนโลก ข้อมูลจากยานสำรวจ Mars Reconnaissance Orbiter (MRO) ของ NASA เผยให้เห็นแอ่งขนาดใหญ่ในบริเวณที่เรียกว่า Eridania Basin ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเคยเป็นที่ตั้งของทะเลสาบโบราณเมื่อประมาณ 3.7 พันล้านปีก่อน แอ่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ประมาณ 2 เท่าของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร แต่นักวิทยาศาสตร์ยังประเมินว่าทะเลสาบแห่งนี้มีความลึกถึง 1.6 กิโลเมตร ปริมาณน้ำในทะเลสาบนี้มีมากกว่าปริมาณน้ำในทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก ถึงกว่า 9 เท่า การค้นพบนี้สร้างความตื่นเต้นแก่วงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ...

ภารกิจพิชิตดาวแดง: ยานอวกาศสีน้ำเงิน-ทอง สู่ดาวอังคาร

ภารกิจพิชิตดาวแดง: ยานอวกาศสีน้ำเงิน-ทอง สู่ดาวอังคาร ภารกิจพิชิตดาวแดง: ยานอวกาศสีน้ำเงิน-ทอง สู่ดาวอังคาร ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพลิงที่อยู่ห่างไกล ดึงดูดความสนใจของมนุษยชาติมาช้านาน ด้วยความหวังที่จะไขปริศนาแห่งชีวิตนอกโลก และอาจเป็นบ้านหลังที่สองในอนาคต ภารกิจสำรวจดาวอังคารจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือภารกิจสุดท้าทาย ที่ส่งยานอวกาศสีน้ำเงิน-ทอง สัญลักษณ์แห่งเทคโนโลยีและความหวัง มุ่งสู่ดาวเคราะห์ลึกลับดวงนี้ สีสันแห่งเทคโนโลยี: เบื้องหลังยานอวกาศสีน้ำเงิน-ทอง ยานอวกาศที่ออกแบบเพื่อภารกิจพิชิตดาวอังคารนี้ แตกต่างจากยานลำอื่นๆ อย่างชัดเจน ด้วยสีสันภายนอกที่โดดเด่น สีน้ำเงินที่ห่อหุ้มตัวถัง เปรียบเสมือนผืนสมุทรอันกว้างใหญ่ สะท้อนถึงความล้ำลึกของเทคโนโลยีที่บรรจุอยู่ภายใน ขณะที่สีทองอร่ามที่แผ่ปกคลุมบางส่วน เปรียบดังแสงตะวันอันอบอุ่น สื่อถึงความหวังและความสำเร็จของภารกิจ ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม ภายใต้สีสันอันโดดเด่น ยังแฝงไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ตัวอย่างเช่น... โลหะผสมพิเศษสีน้ำเงิน: พัฒนาขึ้นเพื่อทนทานต่อสภาพแวดล้อม...

ดาวอังคาร: ปริศนาแห่งน้ำแข็งแห้ง ณ ขั้วเหนือและใต้

ดาวอังคาร: ปริศนาแห่งน้ำแข็งแห้ง ณ ขั้วเหนือและใต้ ดาวอังคาร: ปริศนาแห่งน้ำแข็งแห้ง ณ ขั้วเหนือและใต้ ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพลิงที่ตั้งชื่อตามเทพแห่งสงครามของโรมัน ดึงดูดความสนใจของมนุษย์มาช้านานด้วยปริศนาและความเป็นไปได้ ดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเราดวงนี้เต็มไปด้วยความลับที่รอคอยการไข และหนึ่งในนั้นที่น่าทึ่งที่สุดก็คือการมีอยู่ของน้ำแข็งแห้ง หรือคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง ณ บริเวณขั้วโลกเหนือและใต้ ต่างจากโลกของเราที่ขั้วโลกปกคลุมด้วยน้ำแข็งที่เป็นน้ำแข็ง ดาวอังคารกลับมีส่วนผสมที่แตกต่างออกไป ขณะที่น้ำแข็ง (H 2 O) มีอยู่จริงบนดาวอังคาร แต่น้ำแข็งแห้ง (CO 2 ) กลับเป็นองค์ประกอบหลักของหมวกน้ำแข็งขั้วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวของดาวอังคาร ซึ่งอุณหภูมิสามารถลดลงต่ำกว่า -125 องศาเซลเซียส (-193 องศาฟาเรนไฮต์) ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศแข็งตัวและตกลงมาเป็นหิมะบนพื้นผิว ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่างขั้วเหนือและใต้ สิ่งที่ทำให้น้ำแข็งแห้งบนดาวอังคารน่าสนใจยิ่งขึ้นคือความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ หมวกน้ำแข็งขั้วโลกเหนือมีข...

ดาวอังคารมีน้ำมหาศาล แต่มันอยู่ไกลเกินเอื้อม

ดาวอังคารมีน้ำมหาศาล แต่มันอยู่ไกลเกินเอื้อม ดาวอังคารมีน้ำมหาศาล แต่มันอยู่ไกลเกินเอื้อม ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ห่างจากโลกของเราไปหลายล้านกิโลเมตร เป็นดาวที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมาอย่างยาวนาน ด้วยความหวังว่าจะพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต หรืออาจจะสามารถสร้างอาณานิคมของมนุษย์บนดาวดวงนี้ได้ในอนาคต สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตคือ "น้ำ" และข่าวดีก็คือ ดาวอังคารมีน้ำอยู่จริง! แต่น่าเสียดายที่น้ำบนดาวอังคารไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่ง่ายต่อการนำมาใช้ประโยชน์ได้ในทันที ปริมาณน้ำมหาศาลที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว ข้อมูลจากยานสำรวจต่างๆ เช่น Mars Reconnaissance Orbiter (MRO) และ Mars Express แสดงให้เห็นว่ามีน้ำแข็งจำนวนมากซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณขั้วดาว ข้อมูลทางสถิติบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำแข็งที่ขั้วดาวอังคารใต้ อาจมีปริมาณเทียบเท่ากับทะเลสาบสุพีเรีย (Lake Superior) หนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว (อ้างอิง: NASA Phoenix Mission) นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานของธารน้ำแข็ง (buried glaciers) ที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดินในบริ...

ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีใกล้ชิดกันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน—จะไม่ใกล้ชิดขนาดนี้อีกจนถึงปี 2033

ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีใกล้ชิดกันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน—จะไม่ใกล้ชิดขนาดนี้อีกจนถึงปี 2033 ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีใกล้ชิดกันบนท้องฟ้ายามค่ำคืน—จะไม่ใกล้ชิดขนาดนี้อีกจนถึงปี 2033 ในค่ำคืนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อดาวอังคาร (Mars) และดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ปรากฏใกล้ชิดกันมากเป็นพิเศษ โดยทั้งสองดาวเคราะห์อยู่ห่างกันเพียง 0.6 องศาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดในรอบหลายปี และจะไม่เกิดขึ้นอีกจนถึงปี 2033 ทำไมดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีถึงใกล้ชิดกัน? ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "การร่วมทิศทาง" (Conjunction) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อดาวเคราะห์สองดวงหรือมากกว่านั้นปรากฏอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันบนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก เนื่องจากดาวเคราะห์แต่ละดวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วและระยะทางที่ต่างกัน จึงทำให้บางครั้งพวกมันมาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ชิดกันเมื่อมองจากโลก ข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจ จากการศึกษาข้อมูลทางดาราศาสตร์ พบว่าการร่วมทิศทางระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีเกิดขึ้นทุกๆ 2-3 ปี แต่การที่ทั้งสองด...

ปริศนาแห่งดาวแดง: ไยดาวอังคารจึงไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต

ปริศนาแห่งดาวแดง: ไยดาวอังคารจึงไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต ปริศนาแห่งดาวแดง: ไยดาวอังคารจึงไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพลิงที่ตั้งตระหง่านอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ดึงดูดความสนใจของมนุษย์มาช้านานด้วยปริศนาที่ว่า "มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่" คำถามนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังภารกิจสำรวจอวกาศมากมาย แต่ท่ามกลางความหวังและความพยายาม เรากลับพบเพียงความเงียบงัน ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต บทความนี้จะพาไปสำรวจปัจจัยสำคัญที่อาจเป็นคำตอบของปริศนานี้ 1. บรรยากาศเบาบาง ปราการกั้นกั้นสิ่งมีชีวิต บรรยากาศของดาวอังคารเบาบางกว่าโลกถึง 100 เท่า ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ (95%) พร้อมกับไนโตรเจนและอาร์กอนในปริมาณเล็กน้อย ความดันบรรยากาศที่ต่ำทำให้ของเหลวไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้ น้ำจะระเหิดกลายเป็นไอทันทีเมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศที่เบาบางไม่สามารถกรองรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์ได้ ส่งผลให้พื้นผิวดาวอังคารเต็มไปด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต 2. อุณหภูมิสุดขั้ว ท้าทาย...

Nanoparticle Warming: ความหวังใหม่ในการสร้างภาวะเรือนกระจกบนดาวอังคาร

Nanoparticle Warming: ความหวังใหม่ในการสร้างภาวะเรือนกระจกบนดาวอังคาร Nanoparticle Warming: ความหวังใหม่ในการสร้างภาวะเรือนกระจกบนดาวอังคาร Nanoparticle Warming: ความหวังใหม่ในการสร้างภาวะเรือนกระจกบนดาวอังคาร การทำให้ดาวอังคารอบอุ่นขึ้นและน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับมนุษย์ เป็นความฝันของนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจมาอย่างยาวนาน หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือการสร้างภาวะเรือนกระจกบนดาวเคราะห์แดง โดยการเพิ่มก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพื่อกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ "Nanoparticle Warming" หรือการใช้ "อนุภาคนาโน" ในการสร้างความอบอุ่น อนุภาคนาโน: ก้าวเล็กๆ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ อนุภาคนาโน คือ อนุภาคขนาดเล็กที่มีขนาดอยู่ในช่วง 1-100 นาโนเมตร ซึ่งเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ถึง 80,000 เท่า อนุภาคขนาดจิ๋วนี้มีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่างที่น่าสนใจ เช่น พื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูง ความสามารถในการดูดซับและกระจายแสง และความสามารถในการทำปฏิกิริยาเคมีที่รวดเร็ว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้อนุภาคนาโนเป...

ความลับของดาวอังคาร: ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมโบราณ

ความลับของดาวอังคาร: ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมโบราณ ความลับของดาวอังคาร: ความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมโบราณ ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพลิงที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งสงครามของโรมัน ดึงดูดความสนใจของมนุษย์มาช้านาน ด้วยสีสันที่โดดเด่นและตำแหน่งที่อยู่ไม่ไกลจากโลก ทำให้ดาวอังคารกลายเป็นเป้าหมายของการสำรวจ และจินตนาการถึงความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก หลักฐานทางธรณีวิทยาที่รวบรวมโดยยานสำรวจต่างๆ บ่งชี้ว่า ดาวอังคารในอดีตเคยมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง มีหลักฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่งว่า ครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยมีมหาสมุทรปกคลุมพื้นผิว และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นกว่าปัจจุบันมาก องค์ประกอบเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ดาวอังคารอาจเคยเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิต ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต: จากโมเลกุลอินทรีย์ถึงโครงสร้างปริศนา ยานสำรวจ Curiosity ของนาซา ตรวจพบโมเลกุลอิน...

การค้นพบโฟบอส ดวงจันทร์ของดาวอังคาร ครบรอบ 147 ปี

การค้นพบโฟบอส ดวงจันทร์ของดาวอังคาร ครบรอบ 147 ปี การค้นพบโฟบอส ดวงจันทร์ของดาวอังคาร ครบรอบ 147 ปี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1877 Asaph Hall นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ได้ค้นพบดวงจันทร์ดวงหนึ่งของดาวอังคาร ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งชื่อว่า "โฟบอส" การค้นพบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการดาราศาสตร์ เพราะเป็นการยืนยันว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะก็มีดาวบริวารเช่นเดียวกับโลก การค้นพบโฟบอสเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกต่างพยายามค้นหาดาวบริวารของดาวอังคาร และ Hall เองก็ใช้เวลานานหลายคืนในการสังเกตการณ์อย่างละเอียดผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 26 นิ้ว ณ หอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การค้นพบโฟบอสไม่ใช่เรื่องง่าย Hall เกือบจะยอมแพ้ไปแล้วหลายครั้ง แต่ภรรยาของเขา Angelina Stickney Hall ได้ให้กำลังใจและสนับสนุนเขาให้ทำการค้นหาต่อ จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ เพียงไม่กี่วันหลังจากค้นพบโฟบอส Hall ก็ค้นพบดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งของดาวอังคาร ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า "ดีมอส" โฟบอส: ดวงจันทร์รูปทรงประหลาด โฟบอสมีรูปร่างที่ไม่สมมาตร คล้ายกับ...

สิ่งมีชีวิตใดบ้างที่อาจอยู่รอดในน้ำใต้ผิวดินบนดาวอังคาร

สิ่งมีชีวิตใดบ้างที่อาจอยู่รอดในน้ำใต้ผิวดินบนดาวอังคาร สิ่งมีชีวิตใดบ้างที่อาจอยู่รอดในน้ำใต้ผิวดินบนดาวอังคาร การค้นพบน้ำที่เป็นของเหลวใต้ผิวดินบนดาวอังคารถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่จุดประกายความหวังในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่คำถามที่ตามมาก็คือ สิ่งมีชีวิตแบบใดกันที่สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเช่นนั้นได้? ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์ที่มีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตอย่างที่เรารู้จักบนโลก บรรยากาศเบาบาง อุณหภูมิต่ำเฉลี่ย -63 องศาเซลเซียส และเต็มไปด้วยรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบน้ำที่เป็นของเหลวใต้ผิวดินโดยเครื่องมือ MARSIS ของยานอวกาศ Mars Express ในปี 2018 และการยืนยันการค้นพบเพิ่มเติมในปี 2020 เปิดโอกาสใหม่ๆ ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตที่อาจปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้วนี้ได้ หากจะพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจอยู่รอดในน้ำใต้ผิวดินบนดาวอังคาร เราต้องมองไปที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "Extremophiles" สิ่งมีชีวิตเหล่านี้คือจุลินทรีย์ที่สามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดขั้วบนโลก เช่น ในน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูง ในทะเลสาบน...

หุบเขามาริเนริส: บาดแผลแห่งดาวอังคาร

หุบเขามาริเนริส: บาดแผลแห่งดาวอังคาร ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงเพลิงที่เป็นเป้าหมายในการสำรวจของมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน นอกจากความแห้งแล้งและบรรยากาศที่เบาบางแล้ว ดาวอังคารยังมีภูมิประเทศที่น่าทึ่งและลึกลับ หนึ่งในนั้นคือ "หุบเขามาริเนริส" (Valles Marineris) รอยแยกขนาดมหึมาที่พาดผ่านพื้นผิวดาวอังคารยาวกว่า 4,000 กิโลเมตร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกถึงหุบเขาแกรนด์แคนยอนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความยาวประมาณ 800 กิโลเมตร หุบเขามาริเนริสมีความยาวมากกว่าหุบเขาแกรนด์แคนยอนถึง 5 เท่า! ความกว้างของหุบเขานี้ก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉลี่ยแล้วกว้างถึง 200 กิโลเมตร และในบางจุดอาจกว้างถึง 600 กิโลเมตร ความลึกของหุบเขามาริเนริสยิ่งทำให้น่าทึ่งขึ้นไปอีก โดยมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 7 กิโลเมตร และลึกที่สุดถึง 11 กิโลเมตร ด้วยขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารเช่นนี้ หุบเขามาริเนริสจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "หุบเขาที่ใหญ่และลึกที่สุดในระบบสุริยะ" การค้นพบหุบเขามาริเนริส เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 โดยยานอวกาศมาริเนอร์ 9 ของ NASA ซึ่งเป็นยานอวกาศลำแรกที่โคจรรอบดาวอังคาร ชื่อของหุบเขานี้ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป...

พลาดไม่ได้! ปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวอังคาร สัปดาห์นี้

พลาดไม่ได้! ปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวอังคาร สัปดาห์นี้ พลาดไม่ได้! ปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดาวอังคาร สัปดาห์นี้ ในสัปดาห์นี้ เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ กับการโคจรมาพบกันของดาวเคราะห์สองดวงยักษ์ใหญ่อย่างดาวพฤหัสบดีและดาวอังคาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "การเคียงกัน" หรือ "Conjunction" ซึ่งหมายถึงดาวสองดวงหรือมากกว่าปรากฏอยู่ใกล้กันบนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก แม้ในความเป็นจริงแล้วดาวทั้งสองจะอยู่ห่างกันหลายล้านกิโลเมตรก็ตาม ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำเนื่องจากดาวเคราะห์ต่างๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน สำหรับการเคียงกันของดาวพฤหัสบดีและดาวอังคารในครั้งนี้ จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนในช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น โดยดาวพฤหัสบดีซึ่งมีความสว่างโดดเด่นเป็นอันดับ 4 รองจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวศุกร์ จะปรากฏอยู่ใกล้กับดาวอังคารที่มีสีแดงระเรื่อ สร้างความสวยงามตระการตาบนท้องฟ้ายามเช้า นับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่สนใจดาราศาสตร์และผู้ที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของจักรวาล ทำไมการเคียงกันของดาวเคราะห์จึงน่าสนใจ...

ปีเตอร์ ซี ไธซิงเกอร์ เสียชีวิตในวัย 78 ปี อดีตผู้นำภารกิจรถสำรวจดาวอังคารของนาซา

ปีเตอร์ ซี ไธซิงเกอร์ เสียชีวิตในวัย 78 ปี อดีตผู้นำภารกิจรถสำรวจดาวอังคารของนาซา ปีเตอร์ ซี ไธซิงเกอร์ เสียชีวิตในวัย 78 ปี อดีตผู้นำภารกิจรถสำรวจดาวอังคารของนาซา ปีเตอร์ ซี ไธซิงเกอร์ (Peter C. Theisinger) วิศวกรผู้เป็นตำนานของนาซา (NASA) และเป็นบุคคลสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจสำรวจดาวอังคารหลายภารกิจ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้วในวัย 78 ปี ไธซิงเกอร์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนายานสำรวจอวกาศและหุ่นยนต์สำรวจดาวอังคาร ที่สร้างความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการสำรวจอวกาศ ไธซิงเกอร์ เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 1945 เขาเริ่มต้นการทำงานที่ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ของนาซาในปี 1967 และใช้เวลาเกือบ 40 ปีในสายงาน เขาเป็นที่รู้จักในนาม "Mr. Mars" จากความทุ่มเทและความสำเร็จในการบริหารจัดการภารกิจสำรวจดาวเคราะห์แดง หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของไธซิงเกอร์ คือ การเป็นผู้จัดการโครงการยานสำรวจ Mars Pathfinder ภารกิจนี้ประสำเร็จอย่างยิ่งในการส่งยานลงจอดบนดาวอังคารในปี 1997 พร้อมกับหุ่นยนต์สำรวจ Sojourner ซึ่งเป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้ลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการ...

หินจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร บนดาวอังคาร: บ่งชี้ถึงแหล่งน้ำเก่าแก่ที่อาจมีอายุมากกว่าสิ่งมีชีวิตบนโลก

หินจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร บนดาวอังคาร: บ่งชี้ถึงแหล่งน้ำเก่าแก่ที่อาจมีอายุมากกว่าสิ่งมีชีวิตบนโลก หินจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร บนดาวอังคาร: บ่งชี้ถึงแหล่งน้ำเก่าแก่ที่อาจมีอายุมากกว่าสิ่งมีชีวิตบนโลก การค้นพบครั้งสำคัญจากยานสำรวจ Perseverance ของ NASA บนดาวอังคารเผยให้เห็นถึงหลักฐานที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอดีตอันเปียกชื้นของดาวเคราะห์แดงแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์หินจากหลุมอุกกาบาตเจซีโร ซึ่งเป็นจุดที่ยานสำรวจลงจอด ได้บ่งชี้ถึงการปรากฏของน้ำในรูปแบบต่างๆ และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ อายุของหินเหล่านี้บ่งชี้ว่าแหล่งน้ำนี้อาจมีอยู่ก่อนการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนโลกเสียอีก หลุมอุกกาบาตเจซีโร: แหล่งน้ำโบราณ หลุมอุกกาบาตเจซีโร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 45 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณขอบด้านตะวันตกของแอ่งอีซิดิส แอ่งขนาดมหึมาที่เกิดจากการชนของอุกกาบาตในอดีต ลักษณะทางธรณีวิทยาที่หลากหลายของหลุมอุกกาบาตนี้ รวมถึงร่องรอยของแม่น้ำและดินตะกอนโบราณ ทำให้เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต หลักฐานจากการวิเคราะห์หิน ยานสำรวจ Perseveran...

หลักฐานใหม่จากดาวอังคาร: ยานสำรวจนาซ่าพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก?

หลักฐานใหม่จากดาวอังคาร: ยานสำรวจนาซ่าพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก? หลักฐานใหม่จากดาวอังคาร: ยานสำรวจนาซ่าพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก? การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของภารกิจสำรวจอวกาศ และดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ก็เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ ล่าสุด ยานสำรวจ Perseverance ของนาซ่า ได้ค้นพบหลักฐานใหม่ที่อาจบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนดาวอังคารในอดีต ยานสำรวจ Perseverance ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 ในบริเวณหลุมอุกกาบาต Jezero ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่เมื่อหลายพันล้านปีก่อน ภารกิจหลักของยานสำรวจลำนี้คือการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตโบราณ โดยทำการเก็บตัวอย่างหินและดินส่งกลับมายังโลกเพื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด การค้นพบที่น่าตื่นเต้น ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ ยาน Perseverance ได้ค้นพบหินที่มีลักษณะพิเศษ หินก้อนนี้มีลักษณะเป็นชั้นๆ คล้ายกับหินตะกอนที่พบได้ทั่วไปบนโลก ซึ่งเกิดจากการสะสมของตะกอนในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำ จากการวิเคราะห์เ...

ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีเคียงคู่กัน ส่องประกายบนท้องฟ้ายามเช้า 14 สิงหาคม นี้

ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีเคียงคู่กัน ส่องประกายบนท้องฟ้ายามเช้า 14 สิงหาคม นี้ ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีเคียงคู่กัน ส่องประกายบนท้องฟ้ายามเช้า 14 สิงหาคม นี้ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 สิงหาคม 2566 เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีจะปรากฏเคียงคู่กันบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก โดยดาวเคราะห์ทั้งสองดวงจะอยู่ห่างกันเพียง 0.4 องศา ซึ่งถือว่าใกล้กันมากจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยปรากฏการณ์นี้สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 04:00 น. เป็นต้นไป จนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น ทำไมดาวเคราะห์สองดวงจึงมาเคียงคู่กันได้? การที่ดาวเคราะห์สองดวงปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้า เป็นผลมาจากมุมมองของผู้สังเกตบนโลก ในความเป็นจริงแล้ว ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างกันหลายล้านกิโลเมตร แต่เนื่องจากวงโคจรของดาวเคราะห์ทั้งสองดวงไม่ได้เป็นวงกลมสมบูรณ์ และมีความเอียงของระนาบวงโคจรที่แตกต่างกัน จึงทำให้บางครั้งดาวเคราะห์ทั้งสองดวงเคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันบนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก ดาวอั...

Mars Express บุกสำรวจทะเลสาบโบราณบนดาวเคราะห์แดง (พร้อมภาพ)

Mars Express บุกสำรวจทะเลสาบโบราณบนดาวเคราะห์แดง (พร้อมภาพ) Mars Express บุกสำรวจทะเลสาบโบราณบนดาวเคราะห์แดง (พร้อมภาพ) ยานอวกาศ Mars Express ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้เปิดเผยภาพถ่ายที่น่าทึ่งของพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของทะเลสาบโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยน้ำ ภาพถ่ายความละเอียดสูงเหล่านี้บันทึกโดยกล้องสเตอริโอความละเอียดสูง (HRSC) บนยาน Mars Express ซึ่งโคจรรอบดาวอังคารมาตั้งแต่ปี 2546 ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นพื้นที่ที่เรียกว่า "Eridania Basin" ซึ่งเป็นแอ่งขนาดใหญ่ในซีกโลกใต้ของดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแอ่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของทะเลสาบขนาดใหญ่และแม่น้ำหลายสายเมื่อประมาณ 3.7 พันล้านปีก่อน ลักษณะทางธรณีวิทยาที่ปรากฏในภาพถ่ายบ่งชี้ถึงการปรากฏตัวของน้ำในอดีต ตัวอย่างเช่น ร่องน้ำเก่าแก่ที่คดเคี้ยวไปมา ตะกอนรูปพัดที่เกิดจากการไหลของน้ำ พื้นที่ราบเรียบที่อาจเคยเป็นก้นทะเลสาบ การค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารในอดีต เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตอย่างที่เรารู้จัก นักว...