ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยากจำกัดแคลอรี่? นักวิจัยแนะนำให้เลี่ยงน้ำจิ้ม

อยากจำกัดแคลอรี่? นักวิจัยแนะนำให้เลี่ยงน้ำจิ้ม

ใคร ๆ ก็รู้ว่าการจะควบคุมน้ำหนักได้นั้น เราจำเป็นต้องควบคุมแคลอรี่ที่รับประทานเข้าไป แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย อาจกลายเป็นตัวเพิ่มแคลอรี่แบบไม่รู้ตัวได้ ตัวอย่างเช่น น้ำจิ้มชนิดต่าง ๆ ที่เรามักจะใช้เป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหารจานหลัก

ผลการวิจัยจากวารสารโภชนาการพบว่า คนเรามักจะประเมินแคลอรี่ในน้ำจิ้มต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉลี่ยแล้วจะประเมินต่ำกว่าถึง 75 แคลอรี่ต่อหนึ่งมื้ออาหาร

ยกตัวอย่างเช่น น้ำสลัดครีมสลัดเพียง 2 ช้อนโต๊ะ อาจมีแคลอรี่สูงถึง 150 แคลอรี่ ในขณะที่น้ำจิ้มซีซาร์สลัด 2 ช้อนโต๊ะ อาจมีแคลอรี่สูงถึง 200 แคลอรี่เลยทีเดียว

น้ำจิ้ม ปริมาณ แคลอรี่โดยประมาณ
น้ำสลัดครีม 2 ช้อนโต๊ะ 150
น้ำจิ้มซีซาร์สลัด 2 ช้อนโต๊ะ 200
น้ำจิ้มบาร์บีคิว 2 ช้อนโต๊ะ 100
มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ 100

นอกจากแคลอรี่ที่สูงแล้ว น้ำจิ้มหลายชนิดยังเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

ดังนั้น หากคุณกำลังพยายามควบคุมน้ำหนัก หรือต้องการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ การหลีกเลี่ยงน้ำจิ้มจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า มายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณไขมันเทียบเท่ากับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

ข้อมูลจาก: วารสารโภชนาการ, ปีที่ 20, ฉบับที่ 3

#แคลอรี่ #น้ำจิ้ม #อาหารสุขภาพ #ลดน้ำหนัก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...