ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน

โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน

โอกาสที่เราจะตายจากการถูกอุกกาบาตตกใส่: 1 ใน 1.6 ล้าน

เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราจะกังวลกับภัยอันตรายต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน โรคภัยไข้เจ็บ หรือแม้กระทั่งภัยธรรมชาติ แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างการถูกอุกกาบาตตกใส่ มีมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากการถูกอุกกาบาตตกใส่ อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 1.6 ล้าน ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกหวาดหวั่น แต่เมื่อเทียบกับโอกาสการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ แล้ว ถือว่าน้อยมากเลยทีเดียว

ตัวเลขที่น่าสนใจ:

สาเหตุการเสียชีวิต โอกาส
โรคมะเร็ง 1 ใน 6
โรคหัวใจ 1 ใน 6
อุบัติเหตุทางรถยนต์ 1 ใน 102
ถูกฟ้าผ่า 1 ใน 160,000
ถูกอุกกาบาตตกใส่ 1 ใน 1,600,000

จากตารางจะเห็นได้ว่า โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากสาเหตุทั่วไป อย่างโรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ มีสูงกว่าการถูกอุกกาบาตตกใส่เป็นอย่างมาก แม้แต่การถูกฟ้าผ่า ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าถึง 10 เท่า ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การกังวลเรื่องการถูกอุกกาบาตตกใส่ อาจไม่ใช่เรื่องที่เราควรให้ความสำคัญมากนัก เมื่อเทียบกับการดูแลสุขภาพ หรือการระมัดระวังภัยอันตรายอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าโอกาสจะน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ในอดีตเคยมีบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุกกาบาตตกใส่โลกอยู่บ้าง เช่น เหตุการณ์อุกกาบาตตกใน Tunguska ประเทศรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1908 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง หรือเหตุการณ์อุกกาบาตตกใน Chelyabinsk ประเทศรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ. 2013 ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่าพันคน

Fun Fact: คุณรู้หรือไม่ว่า ในแต่ละวันมีฝุ่นละอองจากอวกาศตกลงสู่โลกมากกว่า 100 ตัน ส่วนใหญ่มักมีขนาดเล็กและเผาไหม้หมดไปในชั้นบรรยากาศ แต่อาจมีบางส่วนที่ตกลงมาถึงพื้นโลกได้ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากคุณจะพบเจอกับเศษอุกกาบาตขนาดเล็ก โดยที่คุณไม่รู้ตัวมาก่อน

สรุปแล้ว การถูกอุกกาบาตตกใส่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว สิ่งที่เราทำได้คือใช้ชีวิตอย่างมีสติ ระมัดระวังภัยอันตรายรอบตัว และไม่ควรตื่นตระหนกกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรามากจนเกินไป

#อุกกาบาต #อวกาศ #สถิติ #วิทยาศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...