ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล

โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล

โอกาส 1 ในล้าน: เมื่อวัตถุจากฟากฟ้าอาจเปลี่ยนชีวิตคุณตลอดกาล

คุณเคยเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเกิดความกังวลว่าจะมีอะไรตกลงมาใส่หัวบ้างไหม? แม้จะเป็นความคิดที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ภัยพิบัติ แต่ความจริงแล้ว โอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากการถูก "ของตกใส่หัว" จากอวกาศนั้นมีอยู่จริง เพียงแค่ 1 ในล้านเท่านั้น!

ตัวเลขดังกล่าวอาจฟังดูน้อยนิดจนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากสถิติที่น่าสนใจเหล่านี้ คุณอาจเปลี่ยนความคิด:

  • พื้นผิวโลกกว่า 70% ปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่วัตถุจากอวกาศจะตกใส่พื้นดินนั้นมีน้อยกว่าที่คิด
  • มีการประมาณการว่าในแต่ละวัน มีวัตถุขนาดเล็กจากอวกาศ ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก มากกว่า 100 ตัน ส่วนใหญ่มักเผาไหม้หมดก่อนที่จะตกถึงพื้น

แล้ว "ของตกใส่หัว" คืออะไร?

วัตถุที่เรากำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึงดาวเทียมหรือยานอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่หมายถึงวัตถุธรรมชาติจากอวกาศ เช่น:

  1. อุกกาบาต
  2. เศษดาวเคราะห์น้อย
  3. ฝุ่นอวกาศ

ทำไมโอกาสถึงน้อยขนาดนั้น?

เหตุผลหลักที่ทำให้โอกาสเสียชีวิตจากการถูก "ของตกใส่หัว" นั้นต่ำมาก มีดังนี้:

ปัจจัย คำอธิบาย
ขนาดของวัตถุ วัตถุขนาดใหญ่ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงนั้นหาได้ยากมาก ส่วนใหญ่มักมีขนาดเล็กและเผาไหม้หมดในชั้นบรรยากาศ
พื้นที่ผิวโลก โลกของเรามีพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาล โอกาสที่วัตถุจะตกลงมาใส่จุดที่มนุษย์อาศัยอยู่นั้นจึงน้อยมาก
ชั้นบรรยากาศ ชั้นบรรยากาศทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน ช่วยเผาไหม้วัตถุขนาดเล็กที่พุ่งเข้ามา

Fun Fact เกี่ยวกับ "ของตกใส่หัว"

  • ในปี 1954 มีรายงานว่าหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกอุกกาบาตขนาดเท่าผลส้มโอตกใส่หลังคาบ้าน
  • ในปี 1992 อุกกาบาตขนาดเท่าลูกโบว์ลิ่ง ตกใส่รถยนต์คันหนึ่งในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

แม้ว่าโอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากการถูก "ของตกใส่หัว" นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า โลกของเรานั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล และยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รูั

#อวกาศ #อุกกาบาต #สถิติ #น่าสนใจ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...