การประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตในปี 2024 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยในวันแรก ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เน้นย้ำถึงความสำเร็จในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และประกาศสนับสนุนคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี ให้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ถือเป็นการส่งมอบธงนำอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในตัวแฮร์ริส ซึ่งจะเป็นผู้หญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี
ไบเดนได้กล่าวถึงผลงานสำคัญๆ ในช่วงการดำรงตำแหน่งของเขา เช่น การรับมือกับวิกฤตโควิด-19 การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการสร้างงาน โดยอ้างอิงข้อมูลทางสถิติ เช่น ตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และอัตราการว่างงานที่ลดลง ไบเดนยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับชาวอเมริกันทุกคน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ไบเดนกล่าวถึงคือ การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเขาย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมพลังงานสะอาด ไบเดนยังกล่าวถึงความจำเป็นในการร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อโลกใบนี้
ในส่วนของแฮร์ริส เธอได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามัคคี ความเท่าเทียม และความยุติธรรม แฮร์ริสได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว และวิสัยทัศน์ของเธอสำหรับอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการส่งเสริมสิทธิของผู้หญิง และการต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติ
การประชุมในวันแรกนี้ ยังมีการกล่าวสุนทรพจน์จากผู้นำคนสำคัญอื่นๆ ของพรรคเดโมแครต เช่น แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งต่างก็แสดงการสนับสนุนแฮร์ริส และเรียกร้องให้ชาวอเมริกันร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศ
Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า คามาลา แฮร์ริส เป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ด้วย
ตารางแสดงจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมพรรคเดโมแครตในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา:
| ปี | จำนวนผู้เข้าร่วม (ประมาณ) |
|---|---|
| 2020 | 55,000 |
| 2021 | 40,000 |
| 2022 | 45,000 |
| 2023 | 50,000 |
การประชุมพรรคเดโมแครตในปีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันทางการเมือง ที่คาดว่าจะดุเดือด และน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 ซึ่งจะเป็นการตัดสินอนาคตของสหรัฐอเมริกา ในอีก 4 ปีข้างหน้า
#การเมือง #เดโมแครต #ไบเดน #แฮร์ริส