ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความเชื่อกับความจริง: คนถนัดซ้ายอายุสั้นกว่าจริงหรือ?

ความเชื่อกับความจริง: คนถนัดซ้ายอายุสั้นกว่าจริงหรือ?

เราคงเคยได้ยินเรื่องเล่าหรือความเชื่อที่ว่า คนถนัดซ้ายมักมีอายุสั้นกว่าคนถนัดขวามาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากญาติผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าสืบต่อกันมา แต่ความเชื่อนี้มีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน? บทความนี้จะพาไปสำรวจข้อเท็จจริง งานวิจัย และสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อดังกล่าว เพื่อไขข้อข้องใจว่า แท้จริงแล้ว คนถนัดซ้ายมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนถนัดขวาประมาณ 9 ปี จริงหรือไม่?

จุดเริ่มต้นของความเชื่อ

ความเชื่อที่ว่าคนถนัดซ้ายอายุสั้นกว่านั้นมีที่มาที่ไปหลากหลาย บ้างก็ว่ามาจากยุคโบราณ ที่คนถนัดซ้ายมักถูกมองว่าเป็นสิ่งไม่ปกติ บ้างก็ว่ามาจากการตีความสถิติที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยในช่วงปี 1980 - 1990 ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการบางฉบับ ที่ชี้ว่าคนถนัดซ้ายมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่าคนถนัดขวา โดยงานวิจัยเหล่านี้มักอ้างอิงถึงอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เนื่องจากในอดีต อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อคนถนัดขวาเป็นหลัก ส่งผลให้คนถนัดซ้ายมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า

ข้อเท็จจริงจากงานวิจัยและสถิติ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในยุคหลังๆ ได้หักล้างความเชื่อดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิจัยขนาดใหญ่ในปี 1991 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Bulletin ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยมากกว่า 2,000 ชิ้น พบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างอายุขัยของคนถนัดซ้ายและคนถนัดขวา

นอกจากนี้ ข้อมูลสถิติจากหน่วยงานต่างๆ ก็สอดคล้องกับผลการวิจัยในยุคหลังๆ โดยพบว่า อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกลุ่มคนถนัดซ้ายไม่ได้สูงกว่าคนถนัดขวาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ปัจจุบัน อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นสำหรับทั้งคนถนัดซ้ายและคนถนัดขวา

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุขัยที่แท้จริง

แท้จริงแล้ว อายุขัยของมนุษย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลายและซับซ้อนกว่าเพียงแค่การถนัดซ้ายหรือขวา ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ

ปัจจัย ตัวอย่าง
พันธุกรรม ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
สิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ น้ำดื่มที่ไม่สะอาด สารเคมี
การใช้ชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนหลับ
การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การได้รับวัคซีน การตรวจสุขภาพประจำปี การรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย

สรุป

จากข้อมูลงานวิจัยและสถิติต่างๆ สรุปได้ว่า ความเชื่อที่ว่าคนถนัดซ้ายมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วกว่าคนถนัดขวาประมาณ 9 ปี นั้น ไม่เป็นความจริง อายุขัยของมนุษย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลายและซับซ้อน การถนัดซ้ายหรือขวาไม่ได้เป็นตัวกำหนดอายุขัยแต่อย่างใด

#คนถนัดซ้าย #อายุขัย #งานวิจัย #ข้อเท็จจริง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...