ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมผิวหนังในรักแร้ถึงอ่อนโยนและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย?

ทำไมผิวหนังในรักแร้ถึงอ่อนโยนและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย?

บริเวณรักแร้มักเป็นจุดที่หลายคนมองข้ามเมื่อพูดถึงการดูแลผิวพรรณ แต่รู้หรือไม่ว่า ผิวหนังบริเวณนี้มีความบอบบางและไวต่อการระคายเคืองมากกว่าที่คิด เหตุผลก็เนื่องมาจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน บทความนี้จะพาไปสำรวจสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังในรักแร้อ่อนโยน รวมถึงวิธีการดูแลผิวบริเวณนี้ให้มีสุขภาพดี

โครงสร้างผิวหนังที่แตกต่าง

ผิวหนังบริเวณรักแร้มีความบางกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย โดยเฉลี่ยแล้ว ผิวหนังบริเวณนี้จะมีความหนาเพียง 0.3 มิลลิเมตร ในขณะที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือจะมีความหนาถึง 4 มิลลิเมตร ความบางของผิวหนังนี้เองที่ทำให้รักแร้มีความไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอกได้ง่าย

ต่อมเหงื่อที่ทำงานหนัก

ภายในรักแร้มีต่อมเหงื่อชนิด Apocrine อยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมชนิดนี้จะผลิตเหงื่อที่มีโปรตีนและไขมันสูง เมื่อเหงื่อเหล่านี้สัมผัสกับแบคทีเรียบนผิวหนัง ก็จะก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ สารประกอบในเหงื่อยังสามารถกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้อีกด้วย

การเสียดสีและความอับชื้น

บริเวณรักแร้เป็นจุดที่มีการเสียดสีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีกับเสื้อผ้า หรือการเสียดสีระหว่างผิวหนัง การเสียดสีนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อร่างกายมีเหงื่อออกมาก ความอับชื้นที่เกิดขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังบริเวณนี้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหลายชนิดมีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย สารเคมีเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดอาการแสบ คัน หรือผื่นแดงได้

วิธีดูแลผิวหนังบริเวณรักแร้

เพื่อลดโอกาสการเกิดการระคายเคือง ควรดูแลผิวบริเวณรักแร้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ทำความสะอาดรักแร้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนๆ และน้ำสะอาด
  • เช็ดรักแร้ให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการโกนขนรักแร้บ่อยเกินไป
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสารกันเสีย
  • หากเกิดอาการระคายเคือง ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นสาเหตุ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Fun Fact!

รู้หรือไม่ว่า มนุษย์เราสูญเสียเซลล์ผิวหนังไปประมาณ 30,000-40,000 เซลล์ต่อนาที และผิวหนังบริเวณรักแร้ก็เป็นหนึ่งในบริเวณที่ผลัดเซลล์ผิวได้เร็วที่สุด!

#รักแร้ #การระคายเคือง #ผิวหนัง #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...