ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้ตื่นตัวกับวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ รัสเซียได้ออกมาตั้งคำถามถึงความจริงจังของประเทศตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการใช้ถ่านหิน
รัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา รัสเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทนมากเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้ออกมาโต้แย้งว่า ประเทศตะวันตกเองก็ไม่ได้จริงจังกับการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างที่กล่าวอ้าง โดยชี้ให้เห็นถึงกรณีที่ประเทศในยุโรปหลายประเทศ รวมถึงเยอรมนีและโปแลนด์ ยังคงต้องพึ่งพาถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานในปี 2022
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ระบุว่า ในปี 2021 การใช้ถ่านหินทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 6% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น และราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปรับตัวสูงขึ้น
| ประเทศ | การใช้ถ่านหิน (ล้านตัน) | สัดส่วนการใช้พลังงาน (%) |
|---|---|---|
| จีน | 4,126 | 56.8% |
| อินเดีย | 994 | 70.3% |
| สหรัฐอเมริกา | 535 | 9.2% |
| เยอรมนี | 356 | 28.0% |
รัสเซียยืนยันว่า ประเทศต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน และควรมีการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ รัสเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็เน้นย้ำว่า เชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานโลกต่อไปอีกหลายปี
#พลังงาน #สิ่งแวดล้อม