ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เด็กหญิงวัย 12 ปี บาดเจ็บสาหัส หลังแม่ขับรถทับโดยไม่ตั้งใจในวันเปิดเทอมวันแรก

เด็กหญิงวัย 12 ปี บาดเจ็บสาหัส หลังแม่ขับรถทับโดยไม่ตั้งใจในวันเปิดเทอมวันแรก

เด็กหญิงวัย 12 ปี บาดเจ็บสาหัส หลังแม่ขับรถทับโดยไม่ตั้งใจในวันเปิดเทอมวันแรก

เด็กหญิงวัย 12 ปี บาดเจ็บสาหัส หลังแม่ขับรถทับโดยไม่ตั้งใจในวันเปิดเทอมวันแรก

ในเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงและเศร้าสลดให้กับหลายคน เด็กหญิงวัย 12 ปี คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากถูกแม่ของเธอขับรถทับโดยไม่ตั้งใจในวันเปิดเทอมวันแรก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ผ่านมา ในบริเวณหน้าบ้านของครอบครัว

รายละเอียดเหตุการณ์

จากข้อมูลเบื้องต้น เด็กหญิงคนดังกล่าวกำลังเตรียมตัวไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก เธอเดินออกจากบ้านเพื่อขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้า แต่ทว่าแม่ของเธอซึ่งกำลังรีบเร่งเพื่อไปทำงาน ไม่ทันได้สังเกตว่าลูกสาวกำลังเดินมาด้านหลังรถ ทำให้เกิดการขับรถถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ และทับเด็กหญิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

สถิติอุบัติเหตุในบริเวณบ้าน

อุบัติเหตุในบริเวณบ้านเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนคิด จากข้อมูลของ Safety at Home พบว่า:

  • อุบัติเหตุในบริเวณบ้านคิดเป็น 30% ของอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละปี
  • เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่จอดรถ
  • อุบัติเหตุจากการขับรถถอยหลังในบริเวณบ้าน มีอัตราการเกิดสูงถึง 15% ของอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรถ

ข้อมูลน่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับอุบัติเหตุในบ้าน

คุณรู้หรือไม่ว่า:

  • อุบัติเหตุในบ้านเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 5 ของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี
  • กว่า 50% ของอุบัติเหตุในบ้านเกิดจากความประมาทหรือการไม่สังเกตสิ่งรอบตัว
  • อุบัติเหตุจากการขับรถถอยหลังในบ้านมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งรีบ เช่น เช้าตรู่หรือช่วงเย็น

การป้องกันอุบัติเหตุในบริเวณบ้าน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีก ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบบริเวณรอบรถทุกครั้งก่อนขับเคลื่อน
  2. ติดตั้งกล้องหลังรถหรือเซ็นเซอร์จอดรถเพื่อช่วยในการมองเห็น
  3. สอนเด็กให้ระมัดระวังและอยู่ห่างจากรถเมื่อมีการขับเคลื่อน
  4. ไม่เร่งรีบขณะขับรถ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีเด็กอยู่

สถิติอุบัติเหตุในบริเวณบ้าน (ตาราง)

ประเภทอุบัติเหตุ อัตราการเกิด (%) กลุ่มอายุที่เสี่ยงที่สุด
อุบัติเหตุจากการขับรถถอยหลัง 15% เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
อุบัติเหตุจากการลื่นล้ม 25% ผู้สูงอายุ
อุบัติเหตุจากของมีคม 10% เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี

Fun Fact

คุณรู้หรือไม่ว่า การขับรถถอยหลังเป็นทักษะที่หลายคนมองข้าม แต่จากการศึกษาพบว่า 70% ของผู้ขับขี่ไม่มั่นใจในทักษะการขับรถถอยหลังของตัวเอง และมักเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยบ่อยครั้ง

สรุป

อุบัติเหตุในบริเวณบ้านเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ หากทุกคนตระหนักและระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน การตรวจสอบสิ่งรอบตัวก่อนขับรถและการสอนเด็กให้ปลอดภัยจากรถเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรปฏิบัติ

#อุบัติเหตุในบ้าน #ความปลอดภัย #เด็ก #รถถอยหลัง #วันเปิดเทอม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...