ค่าแรงพุ่งสูงในเยอรมนีจุดประกายความกังวลต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ ECB
เมื่อไม่นานมานี้ เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยูโรโซนอย่างเยอรมนี กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอัตราค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับธนาคารกลางยุโรป (ECB) เนื่องจากอาจส่งผลต่อการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานสถิติของเยอรมนี (Destatis) ชี้ให้เห็นว่า ดัชนีค่าจ้างในไตรมาสที่สองของปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นนี้มาจากภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว โดยอัตราการว่างงานในเยอรมนีอยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.2% ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องแย่งชิงแรงงานที่มีทักษะด้วยการเสนอค่าตอบแทนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าแรงที่รวดเร็วเช่นนี้ก่อให้เกิดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อในระยะยาว นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อแบบ “wage-price spiral” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่ค่าแรงและราคาสินค้าและบริการผลักดันซึ่งกันและกันให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ในเยอรมนีส่งผลต่อการตัดสินใจของ ECB เกี่ยวกับนโยบายการเงินในอนาคตเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ ECB ได้ส่งสัญญาณว่า อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าแรงในเยอรมนีอาจทำให้ ECB ต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไป เนื่องจากเกรงว่าจะยิ่งกระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์ในเยอรมนียังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง เยอรมนีเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่
Fun Fact: รู้หรือไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำในเยอรมนีเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
ตารางเปรียบเทียบอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อในเยอรมนี
| ปี | อัตราการว่างงาน (%) | อัตราเงินเฟ้อ (%) |
|---|---|---|
| 2018 | 5.3 | 1.8 |
| 2019 | 5.0 | 1.4 |
| 2020 | 5.2 | 0.5 |
บทความนี้อ้างอิงจาก: https://www.ft.com/
#เศรษฐกิจ #เยอรมนี #เงินเฟ้อ #ECB