ท่ามกลางความลึกลับอันดำมืดของมหาสมุทร มีสิ่งมีชีวิตสุดแปลกประหลาดที่ทำให้เรานึกถึงยุคดึกดำบรรพ์ สิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มาตั้งแต่สมัยไดโนเสาร์ และยังคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ “ฉลามครุย” (Frilled Shark) ปลาที่มีรูปร่างหน้าตาชวนขนลุก ด้วยรูปร่างที่แปลกประหลาดและพฤติกรรมที่ลึกลับ ทำให้ฉลามครุยกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจที่สุดในโลก
ลักษณะทางกายภาพที่ชวนขนลุก
ฉลามครุยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chlamydoselachus anguineus มีลักษณะเด่นคือลำตัวยาวและผอมคล้ายปลาไหล สามารถเติบโตได้ยาวถึง 2 เมตร (6.6 ฟุต) ผิวหนังของมันมีสีเทาอมน้ำตาลเข้ม มีครีบหลัง ครีบเชิงกราน และครีบก้น ที่อยู่ค่อนไปทางหางคล้ายกับปลาโบราณ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ฉลามครุยแตกต่างจากฉลามชนิดอื่น ๆ คือส่วนหัวที่มีรูปร่างแบนและปากกว้างที่เต็มไปด้วยฟันที่แหลมคมคล้ายเข็มมากถึง 300 ฟัน ฟันเหล่านี้เรียงซ้อนกันถึง 25 แถว ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์
ถิ่นที่อยู่และการกระจายพันธุ์
ฉลามครุยเป็นปลาทะเลลึกที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก พบได้ในระดับความลึกตั้งแต่ 50 ถึง 1,500 เมตร (160 ถึง 4,900 ฟุต) พวกมันมักอาศัยอยู่ใกล้พื้นทะเลในบริเวณที่มีกระแสน้ำเชี่ยว เนื่องจากฉลามครุยเป็นปลาที่พบได้ยากมาก นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการกระจายพันธุ์และจำนวนประชากรที่แน่ชัดของพวกมัน
พฤติกรรมและการล่า
ฉลามครุยเป็นนักล่าที่ว่องไวและมีวิธีการล่าที่แปลกประหลาด พวกมันจะซุ่มซ่อนตัวอยู่ในความมืดของท้องทะเลลึก และใช้ครีบอกและครีบเชิงกรานในการเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วคล้ายกับงู ฉลามครุยสามารถอ้าปากได้กว้างมาก เพื่อจับเหเหงื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าปากของมันหลายเท่า เช่น ปลาหมึก ปลาทะเลลึก และแม้แต่ฉลามชนิดอื่น ๆ ฟันที่แหลมคมของมันช่วยในการงับและตรึงเหยื่อเอาไว้
การสืบพันธุ์
ฉลามครุยเป็นปลา ovoviviparous ซึ่งหมายความว่าพวกมันออกลูกเป็นตัว ตัวอ่อนของฉลามครุยจะเจริญเติบโตในไข่ และได้รับสารอาหารจากถุงไข่แดงภายในร่างกายของแม่ ฉลามครุยตัวเมียสามารถตั้งท้องได้นานถึง 3.5 ปี ซึ่งถือว่านานที่สุดในบรรดาสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด พวกมันให้กำเนิดลูกฉลามครุยครั้งละ 2-15 ตัว
สถานะการอนุรักษ์
เนื่องจากฉลามครุยเป็นปลาที่พบได้ยากมาก องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จึงจัดให้ฉลามครุยอยู่ในสถานะ "ขาดข้อมูล" (Data Deficient) นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีววิทยา นิเวศวิทยา และสถานะประชากรของฉลามครุย เพื่อที่จะสามารถวางแผนการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม
ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์
ฉลามครุยถือเป็น “ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต” (living fossil) เนื่องจากพวกมันมีลักษณะทางกายวิภาคที่คล้ายคลึงกับฉลามในยุคดึกดำบรรพ์ การศึกษาฉลามครุยจึงเป็นโอกาสอันดีที่นักวิทยาศาสตร์จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของฉลาม และประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
- ชื่อ "ฉลามครุย" มาจากลักษณะของเหงือกที่ดูคล้ายกับครุย
- ฉลามครุยเคยถูกเข้าใจผิดว่าเป็น "พญานาค" เนื่องจากรูปร่างที่ยาวและมีครีบ
- ฉลามครุยไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และไม่เคยมีรายงานการทำร้ายมนุษย์
#ฉลามครุย #สัตว์ดึกดำบรรพ์ #ท้องทะเลลึก #มหาสมุทร