อาการจาม เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่สามารถควบคุมได้ เป็นการระเบิดอากาศอย่างรุนแรงออกมาจากปอด ผ่านทางจมูกและปาก ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากสิ่งแปลกปลอม แม้ว่าอาการจามอาจสร้างความรำคาญในบางครั้ง แต่มันเป็นเครื่องยืนยันถึงระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายในการกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกไป
สาเหตุของการจาม
สาเหตุที่ทำให้เราจามมีอยู่หลายประการด้วยกัน ซึ่งสาเหตุหลักๆ มักเกิดจากสิ่งกระตุ้นที่เข้าไปในจมูก โดยสาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- สารก่อภูมิแพ้: เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์เลี้ยง เป็นต้น เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่จมูก ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีนออกมา ทำให้เกิดอาการคัน คัดจมูก น้ำมูกไหล และจาม
- การติดเชื้อไวรัส: เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ไวรัสเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองในจมูกและทำให้จามได้
- อากาศที่ระคายเคือง: เช่น ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ น้ำหอมฉุน สเปรย์ต่างๆ อากาศเย็น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคืองและทำให้จามได้
- สิ่งแปลกปลอม: เช่น ฝุ่นผง แมลง เป็นต้น เมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในจมูก ร่างกายจะพยายามขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกโดยการจาม
- แสงแดดจ้า: แสงแดดจ้าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยประมาณ 25% ของประชากรโลกมีอาการจามเมื่อสัมผัสกับแสงแดดจ้า ซึ่งเป็นภาวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่ควบคุมการจาม
กลไกการเกิดอาการจาม
เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งระตุ้นเข้าสู่จมูก เยื่อบุจมูกจะส่งสัญญาณประสาทไปยังสมองส่วนที่เรียกว่า “ศูนย์ควบคุมการจาม” ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณก้านสมอง จากนั้นสมองจะสั่งการให้กล้ามเนื้อหลายส่วนในร่างกายทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว ได้แก่:
- กล้ามเนื้อหน้าอก หดตัวอย่างแรง เพื่อเพิ่มแรงดันอากาศภายในปอด
- กล้ามเนื้อคอ หดตัว เพื่อเปิดทางเดินหายใจ
- กล้ามเนื้อลิ้น ดันเพดานปากขึ้น เพื่อปิดทางเดินหายใจส่วนบน
- กล้ามเนื้อหูชั้นกลาง หดตัว เพื่อปรับความแรงดันอากาศในหู
จากนั้น แรงดันอากาศภายในปอดจะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ผ่านทางจมูกและปาก พร้อมกับละอองฝอยขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งน้ำมูก เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ร่างกายต้องการกำจัดออกไป
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการจาม
มีหลายความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจาม ตัวอย่างเช่น:
| ความเชื่อ | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| การจามทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ | ไม่จริง การจามเพียงแค่ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น |
| การกลั้นจามเป็นอันตราย | จริง การกลั้นจามบ่อยๆ หรือกลั้นจามอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น เส้นเลือดฝอยในตาแตก แก้วหูทะลุ หรือร้ายแรงถึงขั้นหลอดเลือดสมองแตกได้ |
| การจามเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง | ไม่เสมอไป ส่วนใหญ่การจามมักเกิดจากสาเหตุทั่วๆ ไป เช่น ภูมิแพ้ หรือหวัด แต่หากมีอาการจามเรื้อรัง หรือจาม kèm กับอาการผิดปกติอื่นๆ ควรไปพบแพทย์ |
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการจาม
- ความเร็วของอากาศที่พุ่งออกมาจากการจาม สามารถสูงถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ละอองฝอยจากการจาม สามารถลอยไปไกลได้ถึง 26 ฟุต หรือ 8 เมตร
- สถิติโลก การจามต่อเนื่องนานที่สุด คือ 978 วัน โดย Donna Griffiths จาก England เริ่มจามตั้งแต่ 13 มกราคม 1981 ถึง 16 กันยายน 1983
การป้องกันและดูแลตัวเอง
การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้จาม สามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดอาการจามได้ นอกจากนี้ การล้างมือบ่อยๆ และปิดปากปิดจมูกเมื่อจาม ด้วยข้อศอกหรือทิชชู จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการจามเรื้อรัง หรือจาม kèm กับอาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
#จาม #สุขภาพ #ภูมิแพ้ #ไข้หวัด