ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้กัญชาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในมิสซิสซิปปี: ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงเยาวชนปี 2564

การใช้กัญชาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในมิสซิสซิปปี: ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงเยาวชนปี 2564

การใช้กัญชาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในมิสซิสซิปปี: ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงเยาวชนปี 2564

การใช้กัญชาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในมิสซิสซิปปี: ระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงเยาวชนปี 2564

บทความนี้นำเสนอผลการศึกษาจากวารสาร IJERPH, Vol. 21, Pages 1109 ที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้กัญชาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา โดยใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงเยาวชน (Youth Risk Behavior Surveillance System: YRBSS) ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นระบบรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

วิธีการศึกษา

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยใช้ข้อมูลจากแบบสอบถาม YRBSS ปี 2564 ซึ่งเป็นแบบสอบถามที่สอบถามพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนมัธยมปลายในรัฐมิสซิสซิปปี โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมปลายจำนวน 1,500 คน ที่ตอบแบบสอบถามครบถ้วน

ผลการศึกษา

ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 20 ของนักเรียนมัธยมปลายในรัฐมิสซิสซิปปีรายงานว่าเคยใช้กัญชาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงชีวิต โดยนักเรียนชายมีแนวโน้มที่จะใช้กัญชามากกว่านักเรียนหญิง (ร้อยละ 25 และร้อยละ 15 ตามลำดับ) นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่า ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาในกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่

  1. การดื่มแอลกอฮอล์
  2. การสูบบุหรี่
  3. การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
  4. การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
  5. การมีความพยายามฆ่าตัวตาย

ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงและการใช้กัญชา

ปัจจัยเสี่ยง Odds Ratio (OR) ช่วงความเชื่อมั่น 95% ค่า p
การดื่มแอลกอฮอล์ 2.50 1.80 - 3.40 < 0.001
การสูบบุหรี่ 3.20 2.30 - 4.50 < 0.001
การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 1.80 1.20 - 2.70 0.004
การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน 1.50 1.10 - 2.10 0.012
การมีความพยายามฆ่าตัวตาย 2.10 1.50 - 3.00 < 0.001

สรุปผลการศึกษา

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การใช้กัญชาในหมู่นักเรียนมัธยมปลายในรัฐมิสซิสซิปปีมีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพหลายประการ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาอื่นๆ ที่พบว่า การใช้กัญชามักเกิดร่วมกับพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

ข้อเสนอแนะ

ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโปรแกรมป้องกันและแทรกแซงที่มุ่งเน้นไปที่ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาในหมู่นักเรียนมัธยมปลาย โดยโปรแกรมดังกล่าวควรมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของการใช้กัญชา การพัฒนาทักษะในการปฏิเสธแรงกดดันจากเพื่อน และการส่งเสริมปัจจัยป้องกัน เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและชุมชน

Fun Fact

คุณรู้หรือไม่ว่า รัฐมิสซิสซิปปี เป็นหนึ่งในรัฐที่มีกฎหมายควบคุมกัญชาที่เข้มงวดที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า นักเรียนมัธยมปลายในรัฐมิสซิสซิปปียังคงสามารถเข้าถึงกัญชาได้

#กัญชา #เยาวชน #สุขภาพ #มิสซิสซิปปี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...