ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2426 ณ ช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา ได้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ ที่สร้างความตื่นตะลึงและคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมหาศาล นั่นคือ การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว
เสียงระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวดังกึกก้องไปไกลกว่า 3,000 ไมล์ คิดเป็นระยะทางไกลกว่ากรุงเทพฯ ไปยังโตเกียว เสียงดังสนั่นนี้สามารถได้ยินไปไกลถึงเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และเกาะโรดริเกซในมหาสมุทรอินเดีย
ความรุนแรงที่ไม่อาจประมาท
การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวนั้นมีความรุนแรงเทียบเท่ากับระเบิด TNT ถึง 200 เมกกะตัน รุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาถึง 13,000 เท่า แรงระเบิดทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 40 เมตร พลังทำลายล้างของคลื่นยักษ์คร่าชีวิตผู้คนกว่า 36,000 คน บนชายฝั่งของเกาะชวาและสุมาตรา
ผลกระทบต่อโลก
การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวมิได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ฝุ่นละอองภูเขาไฟจำนวนมหาศาลถูกพ่นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ปกคลุมทั่วโลก ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกลดลงถึง 1.2 องศาเซลเซียสในปีถัดมา ท้องฟ้าทั่วโลกเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
| ปี | อุณหภูมิเฉลี่ยโลก (°C) |
|---|---|
| 2425 | 13.8 |
| 2426 | 12.6 |
| 2427 | 13.2 |
บทเรียนจากภัยพิบัติ
การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติ มนุษย์เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการศึกษาและพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ
* ข้อมูลบางส่วนจาก: https://www.britannica.com/place/Krakatoa
#ภูเขาไฟกรากะตัว #ภัยพิบัติ #ประวัติศาสตร์ #ธรรมชาติ