ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เทศกาลปาถั่ว: ขับไล่สิ่งชั่วร้าย สไตล์ญี่ปุ่น

<p style="font-family: Kodchasan;">เทศกาลปาถั่ว: ขับไล่สิ่งชั่วร้าย สไตล์ญี่ปุ่น</p>

เทศกาลปาถั่ว: ขับไล่สิ่งชั่วร้าย สไตล์ญี่ปุ่น

หากเอ่ยถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และขนมหวานน่ารับประทาน แต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังความทันสมัยนี้ ญี่ปุ่นยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมเอาไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือเทศกาลสุดแปลกที่ผู้คนต่างพากันปา "ถั่ว" ใส่กัน!? ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก! เทศกาลปาถั่ว หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เซ็ตสึบุน" (Setsubun) นั้น เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย และเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างบริสุทธิ์

ตำนานและความเชื่อเบื้องหลังเทศกาลปาถั่ว

เทศกาลเซ็ตสึบุนนั้นมีที่มาจากความเชื่อโบราณของญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฤดูหนาวอันเหน็บหนาว สู่ฤดูใบไม้ผลิที่สดใส เป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวและเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ วิญญาณร้าย หรือปีศาจ อาจใช้ช่วงเวลานี้เข้ามาแผลงฤทธิ์ ก่อความวุ่นวายแก่ผู้คนได้

เพื่อเป็นการป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้าย ผู้คนจึงริเริ่มประเพณีปาถั่วขึ้น โดยเชื่อกันว่า "ถั่ว" นั้นเปรียบเสมือนกับเมล็ดพันธุ์แห่งความบริสุทธิ์ การปาถั่วใส่สิ่งที่เป็นตัวแทนของปีศาจ จึงเปรียบเสมือนการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป และนำพาแต่สิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิต

พิธีกรรมและกิจกรรมในเทศกาลเซ็ตสึบุน

เทศกาลเซ็ตสึบุนจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ:

  1. พิธี Mamemaki: เป็นพิธีกรรมหลักของเทศกาลนี้ โดยผู้คนจะนำถั่วลิสงคั่ว โยนไปรอบๆ บริเวณบ้าน หรือสถานที่ต่างๆ พร้อมกับร้องตะโกนว่า “鬼は外! 福は内!” (Oni wa soto! Fuku wa uchi!) ซึ่งแปลว่า “ปีศาจจงออกไป! โชคลาภจงเข้ามา!”
  2. การสวมหน้ากาก Oni: ในบางพื้นที่ จะมีการจัดกิจกรรมให้เด็กๆ สวมหน้ากากปีศาจ (Oni) และให้ผู้ใหญ่ทำการปาถั่วใส่ เพื่อความสนุกสนานและเป็นการสอนให้เด็กๆ ไม่กลัวสิ่งชั่วร้าย
  3. การรับประทาน Ehomaki: Ehomaki คือ ข้าวห่อสาหร่ายแบบแท่งยาว ที่ภายในบรรจุไส้ต่างๆ ไว้มากมาย โดยในวันเซ็ตสึบุน ผู้คนจะทาน Ehomaki โดยหันหน้าไปทางทิศ Eho (ทิศโชคลาภ) ของปีนั้นๆ เชื่อว่าจะทำให้สุขภาพแข็งแรงและโชคดีตลอดปี

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทศกาลเซ็ตสึบุน

  • ในอดีต เทศกาลเซ็ตสึบุน ถือเป็นวันสิ้นปีของญี่ปุ่น ตามปฏิทินจันทรคติ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสุริยคติในภายหลัง
  • จำนวนเมล็ดถั่วที่ควรโยนในพิธี Mamemaki คือ จำนวนเท่ากับอายุของเรา บวกเพิ่มอีก 1 เมล็ด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต
  • Fun Fact: ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละปี จะมีการคัดเลือกคนดัง มาสวมบทเป็น "ปีศาจ" ในพิธี Mamemaki ณ วัดดังๆ เช่น วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของเทศกาลนี้
ปี ทิศ Eho
2022 ทิศเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ
2023 ทิศตะวันออกเฉียงใต้
2024 ทิศตะวันออกเฉียงใต้

เทศกาลเซ็ตสึบุน นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ของชาวญี่ปุ่น ที่ผสมผสานความเชื่อ ความสนุกสนาน และแง่คิดดีๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ประเพณีนี้ก็ยังคงสืบทอดต่อกันมา เป็นเครื่องย้ำเตือนให้ผู้คนระลึกถึงการเริ่มต้นใหม่ และการมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

#ญี่ปุ่น #เทศกาล #เซ็ตสึบุน #ขับไล่สิ่งชั่วร้าย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...