ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

13.4 พันล้านปีแสง: ขอบเขตอันไกลโพ้นของ 'ฮับเบิล' และการไขปริศนาเอกภพ

13.4 พันล้านปีแสง: ขอบเขตอันไกลโพ้นของ 'ฮับเบิล' และการไขปริศนาเอกภพ

13.4 พันล้านปีแสง: ขอบเขตอันไกลโพ้นของ 'ฮับเบิล' และการไขปริศนาเอกภพ

นับตั้งแต่การปฏิวัติวงการดาราศาสตร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์ในช่วงศตวรรษที่ 17 มนุษยชาติไม่เคยหยุดยั้งที่จะแหงนมองท้องฟ้า และสงสัยใคร่รู้ในความลึกลับอันดำมืดของเอกภพอันกว้างใหญ่ไพศาล และด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ในปี ค.ศ. 1990 โลกได้รู้จักกับ 'ฮับเบิล' กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่เปรียบเสมือนดวงตาคู่ใหม่ที่ทำให้มนุษย์สามารถมองเห็นจักรวาลได้ไกลกว่าที่เคย

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งที่ 'ฮับเบิล' มอบให้กับวงการวิทยาศาสตร์ คือ ความสามารถในการมองเห็นวัตถุที่อยู่ห่างออกไปถึง 13.4 พันล้านปีแสง ซึ่งหมายความว่า แสงจากวัตถุเหล่านั้นใช้เวลาเดินทางมายังโลกของเรานานถึง 13.4 พันล้านปี นั่นทำให้เรามีโอกาสได้เห็นภาพของจักรวาลในอดีต ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เอกภพยังมีอายุน้อย

ฮับเบิลมองเห็นอดีตได้อย่างไร?


หลายคนอาจสงสัยว่า 'ฮับเบิล' สามารถมองเห็นอดีตได้อย่างไร คำตอบคือ แสง แสงเดินทางด้วยความเร็วสูงมากก็จริง (ประมาณ 299,792 กิโลเมตรต่อวินาที) แต่ในเอกภพที่มีระยะทางมหาศาล แสงก็ต้องการเวลาในการเดินทาง เมื่อเรามองดูดาวที่อยู่ห่างออกไป เช่น ดาวซิริอุส ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 8.6 ปีแสง นั่นหมายความว่า แสงที่เรามองเห็นจากดาวซิริอุสในวันนี้ เดินทางออกมาจากดาวดวงนั้นเมื่อ 8.6 ปีก่อน

ดังนั้น การที่ 'ฮับเบิล' สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ห่างออกไป 13.4 พันล้านปีแสง จึงเหมือนกับการที่เรามองย้อนกลับไปในอดีตของเอกภพเมื่อ 13.4 พันล้านปีก่อน ช่วงเวลาที่ดาวฤกษ์และกาแล็กซีแรกๆ กำลังก่อตัวขึ้น

การค้นพบอันน่าตื่นตะลึง


'ฮับเบิล' ได้มอบภาพอันน่าตื่นตะลึงและข้อมูลอันทรงคุณค่าแก่วงการดาราศาสตร์มากมาย ช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ ตัวอย่างเช่น การค้นพบ 'Hubble Deep Field' ซึ่งเป็นภาพถ่ายบริเวณเล็กๆ ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ เผยให้เห็นกาแล็กซีจำนวนมหาศาลที่อยู่ห่างไกลออกไป เป็นหลักฐานยืนยันว่าเอกภพนั้นกว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก

Fun Fact:

  • รู้หรือไม่ว่า 'ฮับเบิล' โคจรรอบโลกด้วยความเร็วประมาณ 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่ากระสุนปืนถึง 7 เท่า!
  • ภาพถ่ายจาก 'ฮับเบิล' ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณอายุของเอกภพได้แม่นยำขึ้น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 13.8 พันล้านปี

อนาคตของการสำรวจอวกาศ


แม้ 'ฮับเบิล' จะประสบความสำเร็จอย่างมากในการปฏิบัติภารกิจ แต่มันก็ใกล้ถึงเวลาปลดระวางแล้ว ในปี ค.ศ. 2021 องค์การนาซาได้ส่ง 'เจมส์ เวบบ์' กล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 'ฮับเบิล' ขึ้นไปทำหน้าที่แทน โดย 'เจมส์ เวบบ์' จะช่วยให้มนุษย์สามารถมองเห็นจักรวาลได้ลึกยิ่งขึ้น และอาจไขปริศนาที่ยังคงอยู่ของเอกภพได้อีกมากมาย

เปรียบเทียบ 'ฮับเบิล' และ 'เจมส์ เวบบ์'
คุณสมบัติ ฮับเบิล เจมส์ เวบบ์
ปีที่ปล่อย 1990 2021
ขนาดกระจก 2.4 เมตร 6.5 เมตร
ระยะห่างจากโลก 547 กิโลเมตร 1.5 ล้านกิโลเมตร
ช่วงคลื่นแสง แสงที่ตามองเห็น, ใกล้ UV, ใกล้ IR แสงอินฟราเรด

การเดินทางเพื่อไขปริศนาของเอกภพยังคงดำเนินต่อไป 'ฮับเบิล' ได้เปิดประตูสู่ความรู้ใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก ส่วน 'เจมส์ เวบบ์' คือ ก้าวต่อไปของมนุษยชาติในการสำรวจอวกาศ และแน่นอนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้พบกับความลึกลับอันน่าตื่นเต้นของจักรวาลที่รอคอยการค้นพบอีกมากมาย

#ฮับเบิล #กล้องโทรทรรศน์อวกาศ #เอกภพ #ดาราศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...