ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

UCLA รับเงินทุน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาวิทยาการแพทย์ฟื้นฟู สำหรับการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง

UCLA รับเงินทุน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาวิทยาการแพทย์ฟื้นฟู สำหรับการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง

UCLA รับเงินทุน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาวิทยาการแพทย์ฟื้นฟู สำหรับการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ได้รับเงินทุนจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาวิทยาการแพทย์ฟื้นฟูแบบใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง เงินทุนนี้ได้รับมอบจากมูลนิธิ Craig H. Neilsen ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไขสันหลัง

การบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลังเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก โดยทำให้เกิดอาการอัมพาต สูญเสียความรู้สึก และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ปัจจุบันยังไม่มามีวิธีการรักษาที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลังได้อย่างสมบูรณ์ แต่นักวิจัยของ UCLA กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ ที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

งานวิจัยที่ UCLA มุ่งเน้นไปที่:

  1. การพัฒนาอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยขยับร่างกายและควบคุมแขนขาได้ดีขึ้น
  2. การศึกษาการใช้สเต็มเซลล์ในการซ่อมแซมเส้นประสาทไขสันหลังที่เสียหาย
  3. การพัฒนายาและวิธีการรักษาแบบใหม่ที่สามารถส่งเสริมการงอกใหม่ของเส้นประสาท

เงินทุนจากมูลนิธิ Craig H. Neilsen จะช่วยให้นักวิจัยของ UCLA สามารถเร่งการวิจัยและพัฒนาวิธีการรักษาแบบใหม่ๆ สำหรับการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลังได้เร็วขึ้น คาดว่างานวิจัยนี้จะนำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเงินทุนจากมูลนิธิ Craig H. Neilsen” ดร. [ชื่อนักวิจัย] หัวหน้าทีมวิจัยของ UCLA กล่าว “เงินทุนนี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าในการวิจัย และนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลังทั่วโลก”

สถิติเกี่ยวกับการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไขสันหลัง:

ภูมิภาค จำนวนผู้ป่วยใหม่ต่อปี (โดยประมาณ)
ทั่วโลก 250,000 - 500,000 คน
สหรัฐอเมริกา 17,000 คน

Fun Fact:

เส้นประสาทไขสันหลังมีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร และมีความหนาไม่เกินนิ้วโป้ง แต่มีบทบาทสำคัญในการส่งสัญญาณประสาทระหว่างสมองและร่างกาย

#การแพทย์ #UCLA

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...