ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พึ่งรู้ว่าผลไม้ สตรอว์เบอร์รี สามารถ ช่วยให้ฟันขาว ได้

พึ่งรู้ว่าผลไม้ สตรอว์เบอร์รี สามารถ ช่วยให้ฟันขาว ได้

สตรอว์เบอร์รี ผลไม้สีแดงสด รสชาติหวานอมเปรี้ยว เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน นอกจากความอร่อยที่สัมผัสได้แล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า สตรอว์เบอร์รียังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้อีกด้วย! บทความนี้นำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสตรอว์เบอร์รี และไขข้อข้องใจว่าทำไมผลไม้ชนิดนี้ถึงช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้

สตรอว์เบอร์รี กับ สารช่วยขัดฟันตามธรรมชาติ

ภายในสตรอว์เบอร์รีอุดมไปด้วยกรดมาลิก (Malic Acid) ซึ่งเป็นกรดอ่อนชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในผลไม้หลายชนิด กรดมาลิกนี้เองที่ทำหน้าที่เป็นสารช่วยขัดฟันตามธรรมชาติ โดยทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกบนผิวฟัน ช่วยสลายคราบบางๆ ที่เกิดจากชา กาแฟ หรืออาหารต่างๆ ทำให้ฟันดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากกรดมาลิกแล้ว สตรอว์เบอร์รียังมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยย่อยสลายโปรตีน คราบพลัค และแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น ป้องกันการเกิดคราบหินปูน และลดโอกาสการเกิดฟันผุอีกด้วย

งานวิจัยยืนยัน สตรอว์เบอร์รี ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้จริงหรือ

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสตรอว์เบอร์รีในการช่วยให้ฟันขาวขึ้น ผลการศึกษาส่วนใหญ่พบว่า สารสกัดจากสตรอว์เบอร์รีสามารถช่วยขจัดคราบสีบนผิวฟันได้จริง แม้จะไม่เห็นผลชัดเจนเท่ากับการฟอกสีฟันจากทันตแพทย์ แต่นับว่าเป็นวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อฟันมากกว่า

ตัวอย่างงานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น งานวิจัยของ Kalantar Motamedi H, Ghalichi L, Asl Aminabadi N, Rakhshan V. ในปี 2017 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Dentistry ศึกษาผลของสารสกัดจากสตรอว์เบอร์รีต่อการขจัดคราบบนผิวฟัน ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดจากสตรอว์เบอร์รีสามารถช่วยลดคราบบนผิวฟันได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

วิธีใช้สตรอว์เบอร์รีเพื่อฟันขาวอย่างถูกวิธี

แม้สตรอว์เบอร์รีจะมีประโยชน์ในการช่วยให้ฟันขาวขึ้น แต่ก็ควรใช้อย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับฟัน โดยมีวิธีการดังนี้

  1. บดสตรอว์เบอร์รีสด 1-2 ลูก ผสมกับเบกกิ้งโซดาเล็กน้อย จนเป็นเนื้อครีม
  2. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม แตะส่วนผสมที่เตรียมไว้ แปรงฟันเบาๆ นวนๆ ทั่วทั้งปาก ประมาณ 2-3 นาที
  3. บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด 1-2 ครั้ง แล้วแปรงฟันซ้ำอีกครั้งด้วยยาสีฟันตามปกติ
  4. ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะกรดในสตรอว์เบอร์รีอาจทำลายสารเคลือบฟันได้

ข้อควรระวังในการใช้สตรอว์เบอร์รีเพื่อฟันขาว

  • ไม่ควรแปรงฟันด้วยสตรอว์เบอร์รีนานเกินไป เพราะกรดในสตรอว์เบอร์รีอาจกัดกร่อนเคลือบฟันได้
  • หลังใช้สตรอว์เบอร์รีแปรงฟัน ควรรออย่างน้อย 30 นาที ก่อนแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันการเสียดสีของเคลือบฟัน
  • หากมีอาการเสียวฟัน หรือระคายเคืองในช่องปากหลังใช้สตรอว์เบอร์รีแปรงฟัน ควรหยุดใช้ทันที และปรึกษาทันตแพทย์

อย่างไรก็ตาม การใช้สตรอว์เบอร์รีเพื่อช่วยให้ฟันขาวขึ้น เป็นเพียงวิธีเสริมเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีได้

#ฟันขาว #สตรอว์เบอร์รี #สุขภาพช่องปาก #เคล็ดลับความงาม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...