ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สุนัขรับรู้ความเครียดของมนุษย์ได้จริงหรือ? ผลวิจัยเผยความลับที่น่าทึ่ง

สุนัขรับรู้ความเครียดของมนุษย์ได้จริงหรือ? ผลวิจัยเผยความลับที่น่าทึ่ง

ใครที่เลี้ยงน้องหมาคงจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกเขาเวลาที่เรารู้สึกเครียด เหมือนกับว่าพวกเขารับรู้ถึงอารมณ์ของเราได้อย่างน่าประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาคลอเคลีย เอาหัวซุก หรือแม้แต่เห่าหอนโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดงานวิจัยชิ้นใหม่เผยให้เห็นแล้วว่า สุนัขสามารถรับรู้ความเครียดของมนุษย์ได้จริงผ่านทางกลิ่น และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ความเครียดของเรายังส่งผลต่อพฤติกรรมของพวกเขาอีกด้วย!

สุนัขกับประสาทสัมผัสรับกลิ่นอันเหนือชั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า สุนัขมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นที่ยอดเยี่ยมกว่ามนุษย์หลายเท่า พวกเขามีเซลล์รับกลิ่นในจมูกมากกว่ามนุษย์ถึง 300 ล้านเซลล์! และสมองส่วน olfactory bulb ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลกลิ่น ก็มีขนาดใหญ่กว่าของมนุษย์ถึง 40 เท่า ทำให้พวกเขาสามารถแยกแยะกลิ่นได้หลากหลายและละเอียดอ่อนกว่าที่เราจะจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของยาเสพติด วัตถุระเบิด หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

งานวิจัยเผย สุนัขดมกลิ่นความเครียดของมนุษย์ได้!

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Queen's University Belfast ในไอร์แลนด์เหนือ ตีพิมพ์ลงในวารสาร Plos One ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าสุนัขสามารถรับรู้ความเครียดของมนุษย์ผ่านทางกลิ่นได้จริง โดยนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเหงื่อและลมหายใจของอาสาสมัครจำนวน 36 คน ทั้งในขณะที่พวกเขากำลังทำภารกิจที่สร้างความเครียด และในขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย จากนั้นจึงนำตัวอย่างเหล่านี้ไปให้สุนัข 4 ตัว ดม

ผลปรากฏว่า สุนัขทุกตัวสามารถแยกแยะกลิ่นเหงื่อและลมหายใจของอาสาสมัครในขณะที่กำลังเครียด ออกจากกลิ่นในขณะที่กำลังพักผ่อนได้อย่างแม่นยำ โดยพวกเขามีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมตื่นตัว หายใจเร็ว และเห่าบ่อยขึ้น เมื่อได้กลิ่นตัวอย่างจากกลุ่มที่กำลังเครียด

ความเครียดของมนุษย์ส่งผลต่อพฤติกรรมของสุนัข

งานวิจัยยังพบอีกว่า ความเครียดของมนุษย์ไม่ได้ส่งผลต่อสุนัขแค่ในระดับการรับรู้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของพวกเขาอีกด้วย โดยสุนัขที่สัมผัสกับกลิ่นความเครียดของเจ้าของ มีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมซึมเศร้า ไม่ร่าเริง และขาดความสนใจในการเล่นกับของเล่น

Dr. Clara Wilson หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่า " สุนัขมีความผูกพันกับมนุษย์อย่างมาก และพวกเขาก็มีความไวต่ออารมณ์ของเราอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อสุนัขรับรู้ได้ว่าเจ้าของกำลังเครียด พวกเขาก็จะรู้สึกเครียดตามไปด้วย"

เข้าใจสุนัขมากขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทั้งคนและหมา

งานวิจัยชิ้นนี้นอกจากจะช่วยยืนยันความสามารถอันน่าทึ่งของสุนัขแล้ว ยังช่วยให้เราเข้าใจถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคนกับสุนัขได้ดียิ่งขึ้น และตอกย้ำให้เราตระหนักถึงผลกระทบของความเครียดที่มีต่อสุนัขตัวโปรดของเรา การดูแลสุขภาพกายและใจของตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่เพียงแต่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อความสุขของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย

ข้อมูลที่น่าสนใจ รายละเอียด
จำนวนเซลล์รับกลิ่นในจมูกสุนัข มากกว่ามนุษย์ 300 ล้านเซลล์
ขนาดสมองส่วน olfactory bulb ของสุนัข ใหญ่กว่ามนุษย์ 40 เท่า

อ้างอิง

Wilson, C., et al. (2022). Dogs can discriminate between human baseline and psychological stress condition odours. Plos One, 17(8), e0272294.

#สุนัข #ความเครียด #งานวิจัย #พฤติกรรมสัตว์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...