กะท่อม (Mitragyna speciosa) เป็นพืชใบเขียวขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทยและมาเลเซีย ชาวบ้านในแถบนี้ใช้ใบกะท่อมเป็นยามากว่าศตวรรษ โดยนำมาเคี้ยว บดผสมน้ำดื่ม หรือต้มเป็นชา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ
การใช้กะท่อมในตำรับยาแผนโบราณ
ในอดีต ชาวสวนและกรรมกรในประเทศไทยนิยมเคี้ยวใบกะท่อมเพื่อเพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก นอกจากนี้ กะท่อมยังถูกนำมาใช้บรรเทาอาการต่างๆ ดังนี้
- บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ลดไข้
- แก้ท้องร่วง
- รักษาแผล
- บรรเทาอาการไอ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาดังกล่าวในมนุษย์อย่างจำกัด และยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
งานวิจัยและสาระสำคัญในกะท่อม
ใบกะท่อมมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญคือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) และ 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน (7-hydroxymitragynine) ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยออกฤทธิ์คล้ายกับสารโอปิออยด์ (Opioid)
งานวิจัยในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองชี้ให้เห็นว่า ไมทราไจนีน อาจมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ ลดอาการซึมเศร้า และบรรเทาอาการถอนยาเสพติดบางชนิด
| สารออกฤทธิ์ | ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา | งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| ไมทราไจนีน | บรรเทาอาการปวด, ลดการอักเสบ, ออกฤทธิ์คล้ายโอปิออยด์ | (Boyer et al., 2008; Kruegel & Grundmann, 2018) |
| 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน | ออกฤทธิ์คล้ายโอปิออยด์, อาจมีฤทธิ์แรงกว่าไมทราไจนีน | (Takayama et al., 2002) |
สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของกะท่อม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความนิยมในการใช้กะท่อมเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มองหาทางเลือกในการบรรเทาอาการปวด หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีการอนุญาตให้นำเข้ากะท่อมได้อย่างถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสรรพคุณทางยา ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของกะท่อม การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์จากกะท่อมก็เป็นสิ่งสำคัญ
แม้ว่ากะท่อมจะเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน แต่การใช้อย่างไม่เหมาะสมหรือในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ ดังนั้น การศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง
#กะท่อม #สมุนไพรไทย #ไมทราไจนีน #งานวิจัย