ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภรรยาหนักเท่าไหร่ รับเบียร์เท่านั้น: เจาะลึกการแข่งขันสุดแปลกจากฟินแลนด์

ภรรยาหนักเท่าไหร่ รับเบียร์เท่านั้น: เจาะลึกการแข่งขันสุดแปลกจากฟินแลนด์

ภรรยาหนักเท่าไหร่ รับเบียร์เท่านั้น: เจาะลึกการแข่งขันสุดแปลกจากฟินแลนด์

คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวการแข่งขันแปลกๆ มาบ้าง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในโลกนี้มีการแข่งขันที่ให้คุณแบกภรรยาของคุณเอง เพื่อชิงรางวัลเป็นเบียร์ที่มีน้ำหนักเท่ากับภรรยาที่แบก! เรื่องราวสุดแปลกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไหนไกล แต่เกิดขึ้นจริงที่ประเทศฟินแลนด์ ดินแดนแห่งทะเลสาบและป่าไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเเละความสวยงามของเเสงเหนือ ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดหรอก! การแข่งขันแบกภรรยานี้ ได้กลายเป็นธรรมเนียมประจำปีที่ดึงดุดนักท่องเที่ยวและผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสความแปลกใหม่และความสนุกสนานแบบฉบับฟินแลนด์


ต้นกำเนิดของการแข่งขันสุดแปลก

ว่ากันว่า การแข่งขันแบกภรรยานี้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 มีเรื่องเล่าหลากหลายรูปแบบเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการเเข่งขันสุดเเปลกนี้ บ้างก็ว่ามาจากตำนานโบราณของชนเผ่า บ้างก็ว่าเป็นการฝึกฝนความแข็งแกร่งของชายหนุ่มในหมู่บ้าน และบ้างก็ว่าเป็นเพียงการละเล่นสนุกๆ ในเทศกาลเฉลิมฉลองของคนท้องถิ่น

ไม่ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ การแข่งขันแบกภรรยาได้วิวัฒนาการและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศฟินแลนด์ไปแล้ว


กฎกติกาไม่ยากอย่างที่คิด

ถึงแม้ว่าชื่อการแข่งขันจะระบุว่า "แบกภรรยา" แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เข้าแข่งขันไม่จำเป็นต้องแต่งงานหรือพาภรรยาจริงๆ ของตัวเองมาเข้าร่วมการแข่งขันก็ได้ เพียงแค่หาคู่หูที่เป็นผู้หญิงที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 49 กิโลกรัม และตกลงที่จะถูกแบกไปด้วยกัน ก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้แล้ว!

สำหรับกฎกติกาการแข่งขันนั้น ก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแบกคู่หูหญิงของตัวเองไปให้ถึงเส้นชัยเป็นคู่แรก โดยระหว่างทางจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เช่น บ่อน้ำ เนินทราย และสิ่งกีดขวางอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่า ความแข็งแกร่ง ความคล่องแคล่ว และการทำงานเป็นทีม คือกุญแจสำคัญของชัยชนะในการแข่งขันนี้


รางวัลที่มากกว่าแค่เบียร์

แน่นอนว่า ไฮไลท์ของการแข่งขันนี้คือรางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับ ซึ่งก็คือ เบียร์ที่มีน้ำหนักเท่ากับคู่หูหญิงที่แบกมาเข้าแข่งขันนั่นเอง! แต่รู้หรือไม่ว่า นอกเหนือจากเบียร์แล้ว การแข่งขันแบกภรรยายังมอบรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น

  • เงินรางวัล
  • ที่พักในโรงแรมสุดหรู
  • บัตรกำนัลร้านอาหาร
  • สินค้าและของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน

และที่สำคัญที่สุดคือ ชื่อเสียงและเกียรติยศในฐานะ "แชมป์การแข่งขันแบกภรรยา" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใครๆ ก็อยากได้มาครอบครอง!


Fun Fact เกี่ยวกับการแข่งขันแบกภรรยา

  1. ประเทศฟินแลนด์ไม่ได้เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการจัดการแข่งขันแบกภรรยา ในปัจจุบันมีหลายประเทศทั่วโลกที่นำเอาการแข่งขันนี้ไปจัด เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และจีน
  2. สถิติโลกของการแข่งขันแบกภรรยา บันทึกไว้ที่เวลา 53.77 วินาที โดยคู่รักชาวฟินแลนด์ Taisto Miettinen และ Kristiina Haapanen
  3. นอกจากการแข่งขันแบกภรรยาแล้ว ที่ประเทศฟินแลนดืยังมีการแข่งขันสุดแปลกอีกมากมาย เช่น การแข่งขันขว้างโทรศัพท์มือถือ การแข่งขันเล่นกีตาร์อากาศ และการแข่งขันวิ่งอุ้มภรรยาในน้ำ

สรุป

การแข่งขันแบกภรรยาในประเทศฟินแลนด์ อาจจะเป็นภาพสะท้อนถึงวัฒนธรรมและอารมณ์ขันที่แปลกใหม่ของชาวฟินแลนด์ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความอดทน และความรักที่คู่รักมีให้กัน เพราะไม่ว่าเส้นทางจะหนักหนาแค่ไหน พวกเขาก็พร้อมที่จะฝ่าฟันไปด้วยกัน

การแข่งขัน ประเทศ รางวัล
แบกภรรยา ฟินแลนด์ เบียร์หนักเท่าภรรยา
ขว้างโทรศัพท์มือถือ ฟินแลนด์ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับการแข่งขันสุดแปลกนี้ ?

#แบกภรรยา #ฟินแลนด์ #การแข่งขัน #เบียร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...