ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปลาถ้ำตาบอด: สัมผัสรสชาติเหนือธรรมชาติ

ปลาถ้ำตาบอด: สัมผัสรสชาติเหนือธรรมชาติ

ปลาถ้ำตาบอด: สัมผัสรสชาติเหนือธรรมชาติ

ในโลกใต้พิภพอันมืดมิดไร้แสงแดด ณ ถ้ำลึกที่ห่างไกลจากสายตามนุษย์ มีสิ่งมีชีวิตสุดพิศวงที่ปรับตัวให้อยู่รอดได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ “ปลาถ้ำตาบอด” (Blind cavefish) พวกมันสูญเสียการมองเห็นไปเนื่องจากวิวัฒนาการเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การชดเชยการมองเห็นที่หายไปด้วย “สัมผัสรสชาติ” ที่เหนือธรรมชาติ

ปลาถ้ำตาบอดหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาถ้ำเม็กซิกันเตตร้า (Mexican tetra) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Astyanax mexicanus เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการศึกษาการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต พวกมันมีญาติที่อาศัยอยู่ในน้ำผิวดินที่ยังมีการมองเห็นปกติ แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าปลาถ้ำตาบอดมีปุ่มรับรสที่มากกว่าปลาผิวน้ำหลายเท่า การศึกษาวิจัยทางพันธุกรรมพบว่ายีนที่เกี่ยวข้องกับการรับรสในปลาถ้ำตาบอดมีการแสดงออกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะยีนที่เกี่ยวข้องกับการรับรส "หวาน" และ "อูมามิ" ซึ่งเชื่อว่าช่วยให้พวกมันหาอาหารในความมืดได้ดีขึ้น

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Maryland พบว่าปลาถ้ำตาบอดมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในน้ำ มากกว่าปลาผิวน้ำถึง 5 เท่า พวกมันสามารถรับรู้ถึงรสชาติของอาหารได้แม้ในความเข้มข้นที่ต่ำมาก นอกจากนี้ พวกมันยังมีปุ่มรับรสที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ไม่เพียงแต่ในปากเท่านั้น เช่น บริเวณครีบและหาง ซึ่งช่วยให้พวกมันรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างแม่นยำ

ตารางเปรียบเทียบจำนวนปุ่มรับรส

ชนิดของปลา จำนวนปุ่มรับรสโดยประมาณ (ต่อตารางมิลลิเมตร)
ปลาผิวน้ำ (Astyanax mexicanus สายพันธุ์ผิวน้ำ) 20-30
ปลาถ้ำตาบอด (Astyanax mexicanus สายพันธุ์ถ้ำ) 100-150

นอกจากสัมผัสรสชาติที่เหนือชั้น ปลาถ้ำตาบอดยังมีการปรับตัวอื่นๆ เช่น การพัฒนาเส้นข้างลำตัวให้ไวต่อแรงสั่นสะเทือนในน้ำ เพื่อช่วยในการนำทางและหาอาหารในความมืด และการสูญเสียเม็ดสี ทำให้ร่างกายมีสีซีดหรือขาวใส

Fun Fact: ปลาถ้ำตาบอดบางชนิดสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 100 ปี!

การศึกษาปลาถ้ำตาบอดช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงกลไกการวิวัฒนาการและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต รวมถึงการพัฒนาของระบบประสาทสัมผัส ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่ๆ ในด้านการแพทย์และชีววิทยาในอนาคต

ข้อมูลจาก: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3733611/

#ปลาถ้ำตาบอด #สัมผัสรสชาติ #วิวัฒนาการ #ชีววิทยา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...