ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พ่อและลูกสาวถูกช่วยชีวิตจากแม่น้ำในจีน หลังพ่อพยายามฆ่าตัวตาย

พ่อและลูกสาวถูกช่วยชีวิตจากแม่น้ำในจีน หลังพ่อพยายามฆ่าตัวตาย

พ่อและลูกสาวถูกช่วยชีวิตจากแม่น้ำในจีน หลังพ่อพยายามฆ่าตัวตาย

เหตุการณ์น่าตกใจในมณฑลกวางตุ้ง

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2023 เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อชายวัย 35 ปี พยายามฆ่าตัวตายโดยการกระโดดแม่น้ำพร้อมกับลูกสาววัยเพียง 5 ขวบ โชคดีที่ทั้งคู่ถูกช่วยชีวิตได้ทันเวลาโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

สถิติการฆ่าตัวตายที่น่าสนใจ

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO):

  • ทุกๆ 40 วินาที จะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คนทั่วโลก
  • ประเทศจีนมีอัตราการฆ่าตัวตายประมาณ 7.8 ต่อประชากร 100,000 คน (ข้อมูลปี 2022)
  • ประมาณ 20% ของผู้ที่ฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตายมาก่อนหน้านี้แล้ว
  • ผู้ชายมีแนวโน้มฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า

รายละเอียดเหตุการณ์

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าชายคนดังกล่าวกำลังเผชิญกับปัญหา:

ปัญหาที่เผชิญ รายละเอียด
ปัญหาทางการเงิน สูญเสียงานจากการเลิกจ้างของบริษัท
ปัญหาครอบครัว ภรรยาขอหย่าและย้ายออกจากบ้าน
ปัญหาสุขภาพจิต มีประวัติเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ได้รับการรักษา

กระบวนการช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาเพียง 8 นาที ในการเข้าถึงที่เกิดเหตุและช่วยชีวิตทั้งคู่ขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ โดยมีขั้นตอนการช่วยเหลือดังนี้:

  1. ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ (เวลา 14:23 น.)
  2. รถกู้ภัยออกปฏิบัติการภายใน 2 นาทีหลังรับแจ้ง
  3. ใช้เรือยางเข้าช่วยเหลือในแม่น้ำ (เวลา 14:29 น.)
  4. ช่วยชีวิตเด็กหญิงขึ้นจากน้ำได้ก่อน (เวลา 14:31 น.)
  5. ช่วยชีวิตพ่อของเด็กได้ในอีก 1 นาทีต่อมา

ผลการรักษา

หลังการช่วยเหลือ ทั้งคู่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเซินเจิ้น โดยมีสภาพดังนี้:

เด็กหญิงอายุ 5 ปี: ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 วัน

พ่อของเด็ก: มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะและปอดมีน้ำ ต้องพักรักษาตัว 1 สัปดาห์ และอยู่ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์

ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในจีน

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (2021) พบว่า:

  • กลุ่มอายุ 15-34 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในจีน
  • 60% ของผู้ที่ฆ่าตัวตายในจีนมีปัญหาทางการเงินเป็นปัจจัยหลัก
  • พื้นที่ชนบทมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าในเมืองถึง 2 เท่า
  • วิธีการฆ่าตัวตายที่พบบ่อยที่สุดคือ การกินยาฆ่าตัวตาย (35%), การแขวนคอ (30%) และ การกระโดดจากที่สูงหรือลงน้ำ (25%)

Fun Fact:

จากการศึกษาพบว่าในประเทศจีน ผู้ที่เกิดในปีชวด (ปีหนู) มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับปีนักษัตรอื่นๆ โดยนักวิจัยสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะลักษณะนิสัยของคนปีชวดที่มักมองโลกในแง่ดีและปรับตัวได้ดีกับปัญหา

การป้องกันการฆ่าตัวตาย

องค์การอนามัยโลกแนะนำวิธีการป้องกันการฆ่าตัวตายดังนี้:

1. จำกัดการเข้าถึงวิธีการฆ่าตัวตาย: เช่น การควบคุมการขายยาฆ่าแมลงที่มีพิษร้ายแรง

2. การรายงานข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ: หลีกเลี่ยงการนำเสนอวิธีการฆ่าตัวตายอย่างละเอียด

3. การสร้างทักษะชีวิต: สอนทักษะการจัดการอารมณ์และการแก้ปัญหาให้กับเยาวชน

4. การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ: สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

อ้างอิงจาก: WHO Suicide Fact Sheet และ South China Morning Post

#สุขภาพจิต #ข่าวจีน #การฆ่าตัวตาย #เหตุการณ์จริง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...