โรคคางทูม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรค паротит” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากเชื้อไวรัส Paramyxovirus ซึ่งแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอหรือจามของผู้ป่วย บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุ อาการ วิธีการรักษา และวิธีป้องกันโรคคางทูมอย่างละเอียด
สาเหตุของโรคคางทูม
โรคคางทูม เกิดจากเชื้อไวรัส Paramyxovirus ซึ่งเป็นไวรัสชนิด RNA มีความไวต่อความร้อนและสารฆ่าเชื้อทั่วไป เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อได้ง่าย ผ่านทางการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากจมูกและลำคอของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะ
อาการของโรคคางทูม
อาการของโรคคางทูม มักจะปรากฏขึ้นหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- ต่อมน้ำลายบริเวณข้างแก้มบวมโต โดยเฉพาะต่อม Parotid gland ทำให้เห็นเป็นลักษณะแก้มบวม
- ปวดบริเวณแก้ม คาง และใบหู โดยเฉพาะเวลาเคี้ยวอาหารหรือพูดคุย
- อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คอแห้ง เจ็บคอ และกลืนลำบาก
ในบางราย โรคคางทูมอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้
การรักษาโรคคางทูม
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคคางทูมโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ยาแก้ปวด เช็ดตัวลดไข้ ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารอ่อน ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ภาวะแทรกซ้อน
แม้ว่าโรคคางทูมส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น
| ภาวะแทรกซ้อน | รายละเอียด |
|---|---|
| เยื่อหุ้มสมองอักเสบ | ทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง อาเจียน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตได้ |
| อัณฑะอักเสบ | ทำให้มีอาการอัณฑะบวมแดง ปวดบริเวณอัณฑะ มีไข้ ในบางรายอาจส่งผลต่อการมีบุตรได้ |
| รังไข่อักเสบ | ทำให้มีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ ในบางรายอาจส่งผลต่อการมีบุตรได้ |
| ตับอ่อนอักเสบ | ทำให้มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน |
การป้องกันโรคคางทูม
วิธีการป้องกันโรคคางทูมที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูม ซึ่งเป็นวัคซีนรวม ป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) โดยทั่วไปจะฉีดให้กับเด็ก 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 1 ปี และครั้งที่สองเมื่ออายุ 2 ปี 6 เดือน
นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคคางทูมได้โดย:
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือผู้ที่สงสัยว่าป่วย
- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ จาน ช้อน ส้อม ผ้าเช็ดหน้า
- รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอหรือจาม
- ทำความสะอาดบ้านเรือน และบริเวณที่อยู่อาศัยให้สะอาดอยู่เสมอ
แม้ว่าโรคคางทูมจะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ใหญ่เช่นกัน ดังนั้น การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ การป้องกันตัวเองจากโรคติดเชื้อ และการไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
#คางทูม #สุขภาพ #โรคติดเชื้อ #วัคซีน