ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พรรคก้าวไกลถูกยุบ: เจาะลึกความขัดแย้งทางการเมืองไทย

พรรคก้าวไกลถูกยุบ: เจาะลึกความขัดแย้งทางการเมืองไทย

พรรคก้าวไกลถูกยุบ: เจาะลึกความขัดแย้งทางการเมืองไทย

วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 กลายเป็นวันสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ส่งผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 51 คน จากพรรคก้าวไกลต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน

คำตัดสินดังกล่าวสร้างความตกตะลึงและความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เทคะแนนเสียงให้กับพรรคก้าวไกลอย่างท่วมท้น ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

ชัยชนะที่ไม่ยั่งยืน

พรรคก้าวไกลกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไปได้ถึง 151 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลกลับเต็มไปด้วยขวากหนาม

การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทำให้พรรคก้าวไกลถูกต่อต้านอย่างหนัก จากฝ่ายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มผู้สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมองว่าเป็นการล้มล้างสถาบันหลักของชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

คดีการยุบพรรคก้าวไกลมีที่มาจากคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยกล่าวหาว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

แม้ว่านายพิธาจะยืนยันว่าได้โอนหุ้นดังกล่าวให้กับทายาทไปแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายพิธายังคงมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) จึงมีมติสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค

ผลกระทบและอนาคตการเมืองไทย

การยุบพรรคก้าวไกลส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบประชาธิปไตย และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่

ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าอนาคตการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย ในการสร้างความปรองดองและเสริมสร้างประชาธิปไตย

#การเมืองไทย #พรรคก้าวไกล

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...