ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โจเซฟ พริสต์ลีย์: บิดาแห่งออกซิเจน หรือเพียงผู้สืบทอด?

โจเซฟ พริสต์ลีย์: บิดาแห่งออกซิเจน หรือเพียงผู้สืบทอด?

โจเซฟ พริสต์ลีย์: บิดาแห่งออกซิเจน หรือเพียงผู้สืบทอด?

เรื่องราวการค้นพบออกซิเจนเต็มไปด้วยความซับซ้อนและข้อถกเถียง ชื่อของ โจเซฟ พริสต์ลีย์ นักบวชและนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ มักถูกยกย่องให้เป็นผู้ค้นพบธาตุสำคัญนี้ในปี ค.ศ. 1774 อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ได้เปิดเผยว่าเส้นทางสู่การทำความเข้าใจออกซิเจนนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด และมีบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งที่สมควรได้รับการกล่าวถึง นั่นคือ คาร์ล วิลเฮล์ม เชเลอ

พริสต์ลีย์ได้ทำการทดลองมากมายโดยใช้ “เลนส์เผาไหม้” ซึ่งเป็นเลนส์ขนาดใหญ่ที่สามารถรวมแสงอาทิตย์เพื่อสร้างความร้อนสูง ในระหว่างการทดลองหนึ่ง เขาได้เผาปรอทออกไซด์และพบว่ามีก๊าซชนิดหนึ่งถูกปล่อยออกมา ก๊าซนี้ทำให้เปลวเทียนลุกไหม้สว่างกว่าปกติ และทำให้หนูสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นในที่อับ พริสต์ลีย์เรียกก๊าซนี้ว่า “dephlogisticated air” ตามทฤษฎี phlogiston ที่ได้รับความนิยมในเวลานั้น

อย่างไรก็ตาม เชเลอ นักเคมีชาวสวีเดน ได้ทำการทดลองที่คล้ายคลึงกันและแยกออกซิเจนได้ก่อนพริสต์ลีย์ เขาเรียกก๊าซนี้ว่า “fire air” และได้บันทึกคุณสมบัติของมันอย่างละเอียด น่าเสียดายที่งานเขียนของเชเลอไม่ได้รับการตีพิมพ์ทันที ทำให้พริสต์ลีย์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ค้นพบออกซิเจน

ตารางเปรียบเทียบการค้นพบของ พริสต์ลีย์ และ เชเลอ

คุณสมบัติ พริสต์ลีย์ เชเลอ
ปีที่ค้นพบ 1774 1772
ชื่อที่ตั้งให้ Dephlogisticated air Fire air
วิธีการค้นพบ การเผาปรอทออกไซด์ด้วยเลนส์เผาไหม้ การเผาสารประกอบต่างๆ เช่น ปรอทออกไซด์ และโปแตสเซียมไนเตรต
การเผยแพร่ผลงาน เผยแพร่ก่อน เผยแพร่ล่าช้า

แม้ว่าพริสต์ลีย์จะไม่ได้เป็นผู้ค้นพบออกซิเจนเป็นคนแรก แต่เขามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้นี้สู่วงกว้าง เขาได้พบกับอองตวน ลาวัวซิเย นักเคมีชาวฝรั่งเศส และเล่าให้ฟังถึงการค้นพบของเขา ลาวัวซิเยได้ทำการทดลองเพิ่มเติมและตั้งชื่อก๊าซนี้ว่า “ออกซิเจน”

เรื่องราวของออกซิเจนสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ บ่อยครั้งที่ความก้าวหน้าไม่ได้เกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นผลงานจากความพยายามของนักวิทยาศาสตร์หลายคนในช่วงเวลาหนึ่ง การค้นพบออกซิเจนเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ มันได้ปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับการเผาไหม้ การหายใจ และธรรมชาติของอากาศที่เราหายใจ

#ออกซิเจน #พริสต์ลีย์ #เชเลอ #วิทยาศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...