ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! ไขความลับความเร็วของนกกระจอกเทศ เทียบกับม้าแข่ง

70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! ไขความลับความเร็วของนกกระจอกเทศ เทียบกับม้าแข่ง

70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! ไขความลับความเร็วของนกกระจอกเทศ เทียบกับม้าแข่ง

คุณอาจเคยได้ยินมาว่า “เร็วเหมือนม้า” แต่วันนี้เราจะพาไปพบกับนักวิ่งตัวจริง ที่แม้แต่ “ม้า” ก็ยังต้องยอม! ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง “นกกระจอกเทศ” สัตว์บกสองขาที่สูงใหญ่ และเร็วที่สุดในโลก!

นกกระจอกเทศ วิ่งเร็วแค่ไหน?

นกกระจอกเทศสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ม้าแข่งที่เร็วที่สุดในโลก มีสถิติอยู่ที่ประมาณ 70.76 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ความเร็วสูงสุดของม้าแข่งจะมากกว่าเล็กน้อย แต่หากเป็นการวิ่งในระยะยาว นกกระจอกเทศ คือผู้ชนะอย่างแน่นอน! พวกมันสามารถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางไกลถึง 15 นาที

อะไรทำให้นกกระจอกเทศ วิ่งเร็วได้ขนาดนี้?

ความลับของความเร็วของนกกระจอกเทศ อยู่ที่:

  • ขาที่แข็งแรงและยาว: ขานกกระจอกเทศ ยาวมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว ก้าวขาของพวกมันกว้างถึง 3-5 เมตร ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว
  • กล้ามเนื้อขาที่ทรงพลัง: นกกระจอกเทศมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงมาก ช่วยในการออกแรง蹬地และส่งตัวไปข้างหน้า
  • นิ้วเท้าที่น้อย: แตกต่างจากนกอื่น ๆ นกกระจอกเทศมีเพียงสองนิ้วเท้า ช่วยลดแรงเสียดทานกับพื้นดินขณะวิ่ง
  • ปีกที่ช่วยทรงตัว: แม้จะบินไม่ได้ แต่ปีกของนกกระจอกเทศช่วยในการทรงตัวขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง

เปรียบเทียบความเร็วของนกกระจอกเทศ ม้า และม

สัตว์ ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) น้ำหนัก (กก.)
นกกระจอกเทศ 70 150
ม้าแข่ง 70.76 500
มนุษย์ (ยูเซน โบลต์) 44.72 94

Fun Fact เกี่ยวกับนกกระจอกเทศ

  • นกกระจอกเทศมีดวงตาที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์บก
  • ไข่นกกระจอกเทศ 1 ฟอง มีขนาดเท่ากับไข่ไก่ประมาณ 24 ฟอง
  • นกกระจอกเทศเตะได้แรงมาก สามารถฆ่าสิงโตได้ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว

แม้จะดูเป็นสัตว์ที่เชื่องช้า แต่ความจริงแล้ว นกกระจอกเทศคือสัตว์นักวิ่งที่น่าทึ่ง ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความอดทน ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมพวกมันถึงได้รับฉายาว่าเป็นนักวิ่งตัวจริงแห่งทุ่งหญ้าสะวันนา

#นกกระจอกเทศ #ความเร็ว #สัตว์โลก #ธรรมชาติ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...