ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

SpaceX เลื่อนกำหนดการปล่อยนักบินอวกาศ Polaris Dawn ไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม เนื่องจากพบแก๊สฮีเลียมรั่วไหล

SpaceX เลื่อนกำหนดการปล่อยนักบินอวกาศ Polaris Dawn ไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม เนื่องจากพบแก๊สฮีเลียมรั่วไหล

SpaceX เลื่อนกำหนดการปล่อยนักบินอวกาศ Polaris Dawn ไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม เนื่องจากพบแก๊สฮีเลียมรั่วไหล

SpaceX บริษัทด้านเทคโนโลยีอวกาศชื่อดัง ประกาศเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวด Falcon 9 ซึ่งบรรทุกนักบินอวกาศ 4 คน ในภารกิจ Polaris Dawn ไปเป็นวันที่ 28 สิงหาคม 2566 หลังจากที่ตรวจพบปัญหารั่วไหลของแก๊สฮีเลียมในระบบของจรวด

เดิมที ภารกิจ Polaris Dawn มีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 19 สิงหาคม 2566 จากฐานปล่อยจรวด Kennedy Space Center รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายในการศึกษาวิจัยผลกระทบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ และทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการเดินในอวกาศครั้งแรกโดยพลเรือน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ทีมวิศวกรของ SpaceX ตรวจพบความผิดปกติของแรงดันในระบบ ซึ่งบ่งชี้ว่า มีแก๊สฮีเลียมรั่วไหลภายในระบบของจรวด Falcon 9 แก๊สฮีเลียมเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมแรงดันภายในถังเชื้อเพลิงของจรวด การรั่วไหลของแก๊สฮีเลียมอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปล่อยจรวด และอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของนักบินอวกาศได้

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด SpaceX จึงตัดสินใจเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดออกไปก่อน เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหารั่วไหลของแก๊สฮีเลียมอย่างละเอียด ขณะนี้ SpaceX ยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่แน่นอนในการปล่อยจรวดครั้งใหม่ แต่คาดว่า จะประกาศให้ทราบอีกครั้งหลังจากการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว

ภารกิจ Polaris Dawn

ภารกิจ Polaris Dawn เป็นภารกิจการบินอวกาศของเอกชน นำโดย Jared Isaacman มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Shift4 Payments Isaacman เคยเป็นผู้บัญชาการการบินของ Inspiration4 ภารกิจการบินอวกาศของเอกชนที่โคจรรอบโลกเป็นเวลา 3 วัน ในเดือนกันยายน 2564

ภารกิจ Polaris Dawn มีเป้าหมายดังนี้:

  • ศึกษาวิจัยผลกระทบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ในระยะยาว
  • ทดสอบเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเลเซอร์ Starlink ของ SpaceX
  • ดำเนินการเดินในอวกาศครั้งแรกโดยพลเรือน โดยใช้อุปกรณ์ EVA รุ่นใหม่ของ SpaceX
  • ถ่ายภาพโลกจากวงโคจรที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ความสำคัญของแก๊สฮีเลียมในจรวด

แก๊สฮีเลียมเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบของจรวด โดยทำหน้าที่ดังนี้:

  • ควบคุมแรงดันภายในถังเชื้อเพลิง: แก๊สฮีเลียมถูกอัดเข้าไปในถังเชื้อเพลิง เพื่อรักษาระดับแรงดันที่เหมาะสมสำหรับการเผาไหม้
  • ขับเคลื่อนวาล์วและระบบไฮดรอลิก: แก๊สฮีเลียมถูกใช้ในการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์ว และระบบไฮดรอลิกที่สำคัญของจรวด
  • ไล่อากาศ: แก๊สฮีเลียมถูกใช้ในการไล่อากาศออกจากถังเชื้อเพลิง และระบบอื่น ๆ ก่อนการปล่อยจรวด

การรั่วไหลของแก๊สฮีเลียมอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการปล่อยจรวดอย่างร้ายแรง เช่น แรงดันในถังเชื้อเพลิงลดลง ระบบควบคุมทำงานผิดพลาด หรือแม้กระทั่งเกิดการระเบิดได้ ดังนั้น SpaceX จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง และเลือกที่จะเลื่อนกำหนดการปล่อยจรวดออกไปก่อน เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้อย่างละเอียด

Fun Fact เกี่ยวกับแก๊สฮีเลียม

- แก๊สฮีเลียมเป็นธาตุที่เบาที่สุดเป็นอันดับสองรองจากไฮโดรเจน

- แก๊สฮีเลียมไม่ติดไฟ และไม่เป็นพิษ

- แก๊สฮีเลียมถูกค้นพบบนดวงอาทิตย์ ก่อนที่จะค้นพบบนโลก

#SpaceX #PolarisDawn #แก๊สฮีเลียม #การบินอวกาศ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...