ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นเป็นผู้นำนาซีเยอรมนี

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นเป็นผู้นำนาซีเยอรมนี

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขึ้นเป็นผู้นำนาซีเยอรมนี

การขึ้นสู่อำนาจของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และพรรคนาซีในเยอรมนีช่วงทศวรรษที่ 1930 นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ความล่มสลายของเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ปัญหาเศรษฐกิจ และความวุ่นวายทางการเมือง ได้สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของลัทธิชาตินิยมสุดโต่งและเผด็จการ ซึ่งฮิตเลอร์และพรรคนาซีฉวยโอกาสนี้ได้อย่างชาญฉลาด

ฮิตเลอร์เข้าร่วมพรรคกรรมกรเยอรมัน หรือพรรคนาซีในปี ค.ศ. 1921 โดยอาศัยความสามารถในการพูดปลุกระดมมวลชน และอุดมการณ์ชาตินิยมสุดโต่ง เขาไต่เต้าขึ้นเป็นผู้นำพรรคในเวลาอันรวดเร็ว ฮิตเลอร์ได้เปลี่ยนแปลงพรรคนาซีให้กลายเป็นเครื่องมือในการ โฆษณาชวนเชื่อ เผยแพร่อุดมการณ์นาซีผ่านการปราศรัย การโฆษณาชวนเชื่อ และการใช้สัญลักษณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสติกะที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวาดกลัวในเวลาต่อมา

วิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ 1930 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเยอรมนี อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้น สร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนจำนวนมาก พรรคนาซีใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาลประชาธิปไตย โดยกล่าวหาว่าอ่อนแอและไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ฮิตเลอร์ประกาศว่าเขาคือผู้นำที่แข็งแกร่งเพียงคนเดียว ที่สามารถกอบกู้เยอรมนีให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ในปี ค.ศ. 1933 ฮิตเลอร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมนี แม้ว่าพรรคนาซีจะไม่ได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้งก็ตาม แต่ฮิตเลอร์ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง และการข่มขู่คุกคามเพื่อ รวบรวมอำนาจ ไว้ในมือของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ เขาสั่งห้ามพรรคการเมืองอื่นๆ ปิดหนังสือพิมพ์ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และจับกุมคุมขังฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ภายในเวลาไม่กี่เดือน เยอรมนีก็กลายเป็นรัฐเผด็จการพรรคเดียวภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์

ฮิตเลอร์เริ่มต้น สร้างกองทัพ ใหม่ ละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายอย่างโจ่งแจ้ง เขาเชื่อว่าเยอรมนีจำเป็นต้องขยายดินแดนเพื่อให้ได้มาซึ่ง “พื้นที่อยู่อาศัย” (Lebensraum) สำหรับประชากรชาวเยอรมัน นโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของฮิตเลอร์นำไปสู่การผนวกออสเตรียและเชโกสโลวะเกีย และในที่สุดก็ปะทุขึ้นเป็นสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1939 เมื่อเยอรมนีบุกโปแลนด์

การขึ้นสู่อำนาจของฮิตเลอร์และพรรคนาซีส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประวัติศาสตร์โลก นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของโลกหลังสงคราม

ข้อมูลน่าสนใจ:

  • ฮิตเลอร์ถูกปฏิเสธการเข้าศึกษาที่สถาบันศิลปะแห่งเวียนนาถึงสองครั้ง
  • ฮิตเลอร์เป็นมังสวิรัติและไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  • ฮิตเลอร์ได้รับรางวัล Iron Cross ชั้นหนึ่ง จากความกล้าหาญในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ข้อมูลทางสถิติ:

ปี จำนวนที่นั่งในรัฐสภาของพรรคนาซี
1924 14
1928 12
1930 107
1932 (กรกฎาคม) 230
1932 (พฤศจิกายน) 196

#ประวัติศาสตร์ #อดอล์ฟฮิตเลอร์ #นาซีเยอรมนี #สงครามโลก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...