ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่? นกฟลามิงโกกว่า 90% กินอาหารได้เฉพาะตอน...!

รู้หรือไม่? นกฟลามิงโกกว่า 90% กินอาหารได้เฉพาะตอน...!

รู้หรือไม่? นกฟลามิงโกกว่า 90% กินอาหารได้เฉพาะตอน...!

นกฟลามิงโก เป็นนกที่มีรูปร่างสวยงามสะดุดตาด้วยขนสีชมพูสด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า พวกมันมีวิธีการกินอาหารที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร นั่นก็คือ การกินอาหารได้เฉพาะเมื่อหัวของมันคว่ำลง!

แท้จริงแล้ว พฤติกรรมสุดแปลกนี้พบได้ในนกฟลามิงโกเกือบทุกสายพันธุ์ คิดเป็นจำนวนมากถึงกว่า 90% ของประชากรนกฟลามิงโกทั่วโลก ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับใครหลายคน ว่าเพราะเหตุใดพวกมันจึงต้องกินอาหารแบบนี้?

ไขปริศนา วิธีกินสุดแปลกของนกฟลามิงโก

เหตุผลที่นกฟลามิงโกต้องกินอาหารโดยการคว่ำหัวลงนั้น เกี่ยวข้องกับลักษณะทางกายภาพของพวกมัน โดยเฉพาะจะงอยปากขนาดใหญ่และโค้งงอ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นเสมือน “กระชอนกรองอาหาร”

  • จะงอยปาก = กระชอนกรองอาหารชั้นดี: เมื่อนกฟลามิงโกคว่ำหัวลง จะงอยปากส่วนบนจะทำหน้าที่ตักน้ำและโคลน ก่อนที่ลิ้นจะทำหน้าที่ดันน้ำออก ทิ้งไว้เพียงอาหารจำพวก สาหร่ายขนาดเล็ก, ตัวอ่อนของแมลง, กุ้งและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ติดอยู่ภายในซี่กรองบนจะงอยปาก

Flamingo Feeding

Fun Fact เกี่ยวกับนกฟลามิงโก

ข้อเท็จจริง รายละเอียด
ขนสีชมพู ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิด! ลูกนกฟลามิงโกมีขนสีเทา สีชมพูสดที่เราเห็น เกิดจากสารสีที่ชื่อว่า “แคโรทีนอยด์” ที่อยู่ในอาหารของพวกมัน
นกฟลามิงโก ยืนขาเดียวได้นานเป็นชั่วโมง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การยืนขาเดียวช่วยลดการสูญเสียความร้อนในร่างกาย และช่วยให้พวกมันประหยัดพลังงานได้

สถิติน่าทึ่ง

จากการศึกษา พบว่า นกฟลามิงโกหนึ่งตัวสามารถกรองน้ำได้มากถึง 300 มิลลิลิตรต่อนาที หรือเทียบเท่ากับ ขวดน้ำขนาดเล็ก 1 ขวด ภายในเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น!

ใครจะรู้ว่า ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม นกฟลามิงโกจะมีวิธีการกินที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

#นกฟลามิงโก #ธรรมชาติ #สัตว์โลก #เรื่องน่ารู้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...