"หนูสังเกตเห็นว่าหลานไม่ค่อยสบตาเลยค่ะ ชอบเล่นคนเดียว ไม่ค่อยพูดจาเหมือนเด็กคนอื่น…แบบนี้เข้าข่ายเป็นออทิสติกหรือเปล่าคะ?" คำถามนี้เป็นคำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนกังวลใจ เมื่อสังเกตเห็นพัฒนาการที่แตกต่างของลูกหลาน บทความนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ "อาการออทิสติกในเด็ก" เพื่อคลายความกังวลและเสริมความเข้าใจให้กับทุกคน
ออทิสติกคืออะไร? ทำไมลูกถึงเป็นได้?
"ออทิสติก" หรือ "ออทิซึม" (Autism Spectrum Disorder: ASD) คือ ความผิดปกติทางพัฒนาการทางระบบประสาท ที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านสังคม การสื่อสาร และพฤติกรรมของเด็ก โดยทั่วไปแล้ว อาการของออทิสติกจะเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ
ปัจจุบัน สาเหตุของออทิสติกยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด นักวิจัยเชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม รวมถึงความผิดปกติบางอย่างในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ภาษา และพฤติกรรมทางสังคม
สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีภาวะออทิสติก
เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป ไม่มีเด็กคนไหนเหมือนกันเป๊ะ การที่เด็กมีพฤติกรรมบางอย่างดังต่อไปนี้ ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะเป็นออทิสติกเสมอไป แต่เป็นเพียงสัญญาณที่ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ด้านสังคมและปฏิสัมพันธ์
- ไม่สบตา หรือสบตาได้น้อยมาก
- ไม่ค่อยตอบสนองเมื่อถูกเรียกชื่อ
- ไม่สนใจเล่นกับเด็กคนอื่น หรือเล่นแบบไม่เข้าใจกฎกติกา
- มีปฏิกิริยาต่อเสียงดัง แสงไฟ หรือการสัมผัสที่ผิดปกติ
ด้านการสื่อสาร
- พูดช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน หรือไม่พูดเลย
- ใช้ภาษาแปลกๆ ไม่ตรงกับความหมายที่ต้องการสื่อสาร
- ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เช่น "หยิบแก้วน้ำให้หน่อย"
- ชอบพูดซ้ำๆ หรือย้ำคิดย้ำทำสิ่งเดิมๆ
ด้านพฤติกรรม
- ชอบหมุนตัว แกว่งแขน หรือทำท่าทางซ้ำๆ
- ยึดติดกับกิจวัตรประจำวันมากเกินไป ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยจะหงุดหงิดมาก
- สนใจสิ่งของบางอย่างมากผิดปกติ เช่น ล้อรถ ป้ายโฆษณา
ออทิสติกรักษาหายได้หรือไม่? มีวิธีดูแลอย่างไรบ้าง?
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาออทิสติกให้หายขาดได้ แต่การดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนอายุ 3 ขวบ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
| วิธีการดูแล | รายละเอียด |
|---|---|
| การบำบัดพฤติกรรม | เช่น ABA Therapy เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ |
| การฝึกพูดและสื่อสาร | เช่น Speech Therapy เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารทั้งการพูด ภาษากาย และการสื่อสารทางเลือกอื่นๆ |
| การดูแลด้านอื่นๆ | เช่น กิจกรรมบำบัด ดนตรีบำบัด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ เป็นต้น |
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรัก ความเข้าใจ และการยอมรับจากครอบครัว เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เด็กๆเติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
**ข้อมูลอ้างอิง**
- กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คู่มือสำหรับประชาชน: ออทิสติก. https://www.dmh.go.th/news-detail/view/22034/5315
#ออทิสติก #เด็กออทิสติก #เลี้ยงลูก #พัฒนาการเด็ก