ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไข้เหลืองกับการสร้างคลองสุเอซ: โรคระบาดที่ทำให้โครงการล่าช้า

ไข้เหลืองกับการสร้างคลองสุเอซ: โรคระบาดที่ทำให้โครงการล่าช้า

ไข้เหลืองกับการสร้างคลองสุเอซ: โรคระบาดที่ทำให้โครงการล่าช้า

การสร้างคลองสุเอซ ถือเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และท้าทายที่สุดในศตวรรษที่ 19 เชื่อมสองทวีปเข้าด้วยกัน และพลิกโฉมการค้าโลกไปตลอดกาล ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ กลับแฝงไปด้วยเรื่องราวของโรคระบาดร้ายแรง ที่คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “ไข้เหลือง”

ไข้เหลือง: ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนงาน

ไข้เหลือง เกิดจากไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ อาการของโรครุนแรง ตั้งแต่มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง ไปจนถึง ดีซ่าน ตับวาย และเสียชีวิต ในยุคนั้น ไข้เหลืองยังเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุและวิธีรักษาที่แน่นอน ทำให้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคนงานก่อสร้างคลองสุเอซ

จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ พบว่ามีคนงานเสียชีวิตจากไข้เหลืองระหว่างการสร้างคลองสุเอซเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงปี ค.ศ. 1865-1867 มีรายงานการระบาดอย่างหนัก คร่าชีวิตคนงานไปหลายพันคน ส่งผลให้การก่อสร้างต้องล่าช้าออกไป

ปี ค.ศ. จำนวนคนงานที่เสียชีวิตจากไข้เหลือง (โดยประมาณ)
1865 2,000 - 3,000 คน
1866 1,000 - 2,000 คน
1867 500 - 1,000 คน

ผลกระทบของไข้เหลืองต่อการสร้างคลองสุเอซ

ไข้เหลืองไม่ได้เพียงแค่คร่าชีวิตคนงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการสร้างคลองสุเอซในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. การขาดแคลนแรงงาน การระบาดของไข้เหลือง ทำให้คนงานจำนวนมากเสียชีวิตหรือล้มป่วย ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก
  2. ความล่าช้าของโครงการ การระบาดของโรคทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเป็นช่วง ๆ ส่งผลให้โครงการล่าช้ากว่ากำหนดเดิม
  3. ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น การระบาดของโรคทำให้ต้องมีการใช้จ่ายด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการชดเชยให้กับครอบครัวของคนงานที่เสียชีวิต

บทสรุป

ไข้เหลือง เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสร้างคลองสุเอซ ต้องเผชิญกับความยากลำบากและล่าช้ากว่ากำหนด แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของโรคระบาด ที่สามารถส่งผลกระทบต่อโครงการขนาดใหญ่ และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ในการดำเนินโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในปัจจุบัน

#ไข้เหลือง #คลองสุเอซ #โรคระบาด #ประวัติศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...