ภาพรอยสลักชื่อคู่รักบนต้นไม้ อาจเป็นภาพชินตาที่พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ บ้างมองว่าโรแมนติก บ้างมองว่าเป็นการแสดงความรักที่ยืนยาว แต่สำหรับบางคนกลับมองว่าเป็นพฤติกรรมแปลกประหลาด ที่บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจในคุณค่าของธรรมชาติ และที่น่าตกใจกว่านั้น คือจำนวนคนที่ดูเหมือนจะพกมีดติดตัวไปด้วยทุกที่ จนสามารถสลักต้นไม้ได้ทุกเมื่อ!
ลองนึกภาพตามดูสิครับ เราไปเที่ยวพักผ่อนในป่าเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมธรรมชาติอันเขียวขจี ทันใดนั้นสายตากลับไปสะดุดกับรอยสลักชื่อบนต้นไม้เต็มไปหมด แทนที่จะได้ชื่นชมความงามตามธรรมชาติ กลับต้องมาเห็นร่องรอยการทำลายโดยน้ำมือมนุษย์แบบนี้ มันน่าเศร้าใจแทนต้นไม้ และบ่งบอกถึงความมักง่ายของคนที่ทำแบบนี้ลงไป
ยิ่งไปกว่านั้น การสลักต้นไม้ยังเป็นการทำลายธรรมชาติอย่างหนึ่ง รอยกรีดเหล่านั้นอาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วเป็นช่องทางให้เชื้อโรค แมลง และความชื้น เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อภายในต้นไม้ ทำให้ต้นไม้อ่อนแอลง และอาจตายได้ในที่สุด
แล้วเรื่องที่ว่าหลายคนพกมีดติดตัวไปด้วยตลอดเวลาล่ะ? มันน่าแปลกใจแค่ไหนกัน? แน่นอนว่าการพกมีดพับหรืออุปกรณ์อเนกประสงค์ติดตัว อาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น ใช้ตัดเชือก แกะผลไม้ หรือใช้ในยามฉุกเฉิน แต่การพกมีดเพื่อจุดประสงค์ในการสลักต้นไม้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง!
แทนที่จะทำร้ายธรรมชาติด้วยการสลักต้นไม้ ลองเปลี่ยนเป็นการแสดงความรักต่อกันด้วยวิธีอื่นๆ ที่สร้างสรรค์กว่านี้ดีกว่าไหม? เช่น ถ่ายรูปคู่กัน ปลูกต้นไม้ร่วมกัน หรือเขียนข้อความหวานๆ ลงบนกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
มาร่วมกันเป็นนักท่องเที่ยวที่รักษ์โลก ไม่ทำลายธรรมชาติ และช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ต่อไปนานๆ ดีกว่านะครับ
#รักษ์ธรรมชาติ #เที่ยวแบบยั่งยืน #ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม #สลักต้นไม้ไม่เท่