ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้หรือไม่? ชีวิตนี้เราผลิต "น้ำลาย" ได้มากถึง 2 สระว่ายน้ำ!

รู้หรือไม่? ชีวิตนี้เราผลิต "น้ำลาย" ได้มากถึง 2 สระว่ายน้ำ!

รู้หรือไม่? ตลอดชีวิต คนเราผลิต "น้ำลาย" ได้มากถึง 2 สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน!

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ในหนึ่งวัน เราผลิตน้ำลายออกมากันเท่าไหร่? แล้วตลอดช่วงชีวิต น้ำลายที่ร่างกายเราผลิตออกมานั้นมากมายขนาดไหน? เตรียมตัวให้พร้อม เพราะข้อมูลที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้อาจสร้างความประหลาดใจให้กับคุณ!


ต่อมน้ำลาย...โรงงานผลิตน้ำลายขนาดจิ๋วที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง

ร่างกายของมนุษย์เราประกอบไปด้วยต่อมน้ำลายหลักๆ 3 คู่ ได้แก่ ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (sublingual glands), ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (submandibular glands) และต่อมน้ำลายข้างกกหู (parotid glands) ซึ่งต่อมน้ำลายเหล่านี้เปรียบเสมือนโรงงานผลิตน้ำลายขนาดจิ๋วที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งตลอด 24 ชั่วโมง โดยในแต่ละวัน ต่อมน้ำลายของเราสามารถผลิตน้ำลายได้มากถึง 0.5 - 1.5 ลิตร

2 สระว่ายน้ำ...ปริมาณที่น่าทึ่งของน้ำลายที่เราผลิตได้ตลอดชีวิต!

หากเราลองคำนวณปริมาณน้ำลายที่ผลิตได้ในตลอดช่วงชีวิต (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 79 ปี) จะพบว่ามีปริมาณมหาศาลถึง 11,000 - 43,800 ลิตร! ซึ่งมากพอๆ กับการเติมสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานได้ถึง 2 สระเลยทีเดียว!

ปริมาณน้ำลายที่ผลิตได้ เทียบเท่ากับ
11,000 - 43,800 ลิตร 2 สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน

ทำไมร่างกายเราถึงต้องผลิตน้ำลายมากมายขนาดนี้?

หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า ทำไมร่างกายเราถึงต้องผลิต "น้ำลาย" ออกมามากมายขนาดนี้? จริงๆ แล้ว น้ำลายไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ช่วยให้เรากลืนอาหารได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้

  • ช่วยย่อยอาหาร: เอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายมีส่วนสำคัญในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเบื้องต้น
  • ป้องกันฟันผุ: แคลเซียมและฟอสเฟตในน้ำลายช่วยเสริมสร้างเคลือบฟันให้แข็งแรง
  • กำจัดแบคทีเรีย: สาร Immunoglobulin A ในน้ำลายมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก
  • ช่วยให้การรับรสชาติเป็นไปอย่างปกติ: น้ำลายช่วยละลายสารที่ให้รสชาติในอาหาร ทำให้ต่อมรับรสสามารถรับรู้รสชาติได้

จะเห็นได้ว่า "น้ำลาย" มีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากกว่าที่คิด ดังนั้น เราจึงควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้ต่อมน้ำลายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#น้ำลาย #สุขภาพช่องปาก #เรื่องน่ารู้ #ร่างกายมนุษย์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...