การเยือนจีนของผู้นำเวียดนามคนใหม่ สะท้อนความสัมพันธ์ที่สำคัญ แม้ในขณะที่กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนาย เหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ในช่วงปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังผันผวน การเดินทางเยือนครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเยือนตามธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำเวียดนามหลังเข้ารับตำแหน่ง
จีนและเวียดนามต่างเป็นประเทศสังคมนิยมที่ปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิสต์ มีความสัมพันธ์อันยาวนานทั้งในด้านประวัติศาสตร์ อุดมการณ์ และเศรษฐกิจ แม้ในอดีตจะเคยมีความขัดแย้งกันในช่วงสงครามจีน-เวียดนาม ปี พ.ศ. 2522 แต่ความสัมพันธ์ทวิภาคีก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ
ปัจจุบัน จีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีมูลค่าการค้าทวิภาคีในปี พ.ศ. 2565 สูงถึง 175.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากทศวรรษก่อน นอกจากนี้ จีนยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับต้นๆ ของเวียดนาม โดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมการผลิต
ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นทางเศรษฐกิจนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในประเด็นต่างๆ เช่น กรณีพิพาททะเลจีนใต้ สงครามการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ซึ่งทำให้เวียดนามซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทั้งสองมหาอำนาจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มากขึ้น เห็นได้จากการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมในปี พ.ศ. 2564 รวมถึงการเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลและการป้องกันประเทศ
อย่างไรก็ตาม การกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ของเวียดนาม ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนข้างหรือลดทอนความสำคัญของจีน เวียดนามยังคงยึดนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ พึ่งพาตนเอง และแสวงหาผลประโยชน์สูงสุดจากความสัมพันธ์กับทุกประเทศ
การเยือนจีนของนาย เหงียน ฟู้ จ่อง ในครั้งนี้ จึงเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและจีน ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นว่าจะกระชับความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือ การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยจีนและเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีให้ถึง 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2568 รวมถึงส่งเสริมการลงทุนในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และเทคโนโลยี
| ปี | มูลค่าการค้าทวิภาคี (พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) |
|---|---|
| 2558 | 78.2 |
| 2560 | 102.2 |
| 2563 | 132.6 |
| 2565 | 175.6 |
ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเมือง
นอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจแล้ว จีนและเวียดนามยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาค เช่น ป issues ปัญหาทะเลจีนใต้ อาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อการร้าย
Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า จีนและเวียดนามมีพรมแดนติดต่อกันเป็นระยะทางกว่า 1,281 กิโลเมตร
บทสรุป
การเยือนจีนของผู้นำเวียดนามคนใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและซับซ้อนระหว่างสองประเทศ แม้ในขณะที่เวียดนามกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่ความสัมพันธ์กับจีนยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเวียดนาม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมือง การเยือนครั้งนี้จึงเป็นการย้ำเตือนว่า เวียดนามยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทั้งสองมหาอำนาจ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
#เวียดนาม #จีน #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์