ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สองปีหลังการประท้วงโค่น 'โกตาบายา' ศรีลังกายืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชนบังกลาเทศ

สองปีหลังการประท้วงโค่น 'โกตาบายา' ศรีลังกายืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชนบังกลาเทศ

สองปีหลังการประท้วงโค่น 'โกตาบายา' ศรีลังกายืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชนบังกลาเทศ

บทนำ: จุดเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระหว่างสองชาติ

เมื่อสองปีก่อน ในเดือนกรกฎาคม 2022 ประชาชนศรีลังกาจัดการประท้วงครั้งใหญ่จนนำไปสู่การลาออกของประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา (Gotabaya Rajapaksa) หลังวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเคลื่อนไหวในบังกลาเทศที่กำลังต่อสู้กับปัญหาคล้ายคลึงกัน

"การประท้วงที่ศรีลังกาไม่ใช่แค่เรื่องของศรีลังกา แต่เป็นบทเรียนสำหรับประชาธิปไตยทั่วโลก" - ดร.นิมัลกา เฟอร์นันโด นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมโบ

ตัวเลขสำคัญที่นำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลโกตาบายา

  • อัตราเงินเฟ้อสูงสุด 54.6% (มิถุนายน 2022)
  • เงินสำรองต่างประเทศ เหลือเพียง 1.9 พันล้านดอลลาร์
  • จำนวนผู้ประท้วงหน้าทำเนียบประธานาธิบดี กว่า 100,000 คน (9 กรกฎาคม 2022)
  • ระยะเวลาการประท้วงจนได้ผล 120 วัน

ข้อมูลจาก ธนาคารโลก ระบุว่าเศรษฐกิจศรีลังกาหดตัวถึง 8.7% ในปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1948

ความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบังกลาเทศ

ปัจจัย ศรีลังกา (2022) บังกลาเทศ (2024)
อัตราเงินเฟ้อ 54.6% 9.8% (สูงสุดในรอบทศวรรษ)
ค่าเงินลดลง เงินรูปีลดค่า 80% เงินตากาลดค่า 25% ใน 2 ปี
การประท้วงใหญ่ Aragalaya Movement Anti-Government Protests

นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group ชี้ว่าทั้งสองประเทศมีจุดร่วมสำคัญคือการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจำเป็นสูง และการจัดการนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาล

Fun Fact:

ในช่วงวิกฤตศรีลังกา ประชาชนใช้แอปพลิเคชัน 'GasLK' ที่พัฒนาโดยนักโปรแกรมเมอร์ท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบสถานะการจัดส่งแก๊สหุงต้ม ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน และปัจจุบันถูกนำไปปรับใช้ในบังกลาเทศด้วย

บทบาทของศรีลังกาในปัจจุบัน

กลุ่มนักเคลื่อนไหวจากศรีลังกาได้จัดเวิร์กช็อปออนไลน์หลายครั้งเพื่อแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้ให้กับนักกิจกรรมในบังกลาเทศ โดยเน้นบทเรียนสำคัญ 3 ประการ:

  1. ความเป็นเอกภาพ: การรวมตัวของทุกชนชั้นและศาสนาในการประท้วง
  2. ความสร้างสรรค์: การใช้ศิลปะและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสื่อสาร
  3. ความสันติ: การยึดมั่นในหลักอหิงสาแม้ถูกกระทำ

ข้อมูลจาก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่ามีการจับกุมนักกิจกรรมในบังกลาเทศแล้วกว่า 2,500 คนตั้งแต่ต้นปี 2024

ผลสำรวจความคิดเห็นที่น่าสนใจ

ศูนย์วิจัย South Asian Democracy Watch ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในศรีลังกา 1,200 คน ในเดือนมิถุนายน 2024 พบว่า:

87%

เห็นว่าการประท้วงเป็นทางออกที่ชอบธรรมในภาวะวิกฤต

76%

สนับสนุนให้แบ่งปันประสบการณ์กับประเทศอื่น

63%

เชื่อว่าบังกลาเทศจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับศรีลังกา

41%

กังวลว่าประเทศตนอาจเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้ง

บทสรุป: บทเรียนที่超越พรมแดน

สองปีหลังเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในศรีลังกา ปรากฏการณ์ 'Aragalaya' (การต่อสู้) ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับประชาชนในภูมิภาคที่เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน แม้ว่าสถานการณ์ในบังกลาเทศจะมีบริบทที่แตกต่าง แต่แก่นแท้ของการเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนยังคงเป็นสิ่งเดียวกัน

ความท้าทายต่อไปคือการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของศรีลังกาในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ส่งต่อบทเรียนอันมีค่าให้กับเพื่อนบ้านในภูมิภาค

#ศรีลังกา #บังกลาเทศ #การประท้วง #ประชาธิปไตย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...