ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หอไอเฟล : สัญลักษณ์แห่งนวัตกรรม สู่ มรดกโลก

หอไอเฟล : สัญลักษณ์แห่งนวัตกรรม สู่ มรดกโลก

หอไอเฟล สิ่งก่อสร้างเหล็กกล้าสูงสง่าใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คือหนึ่งในแลนด์มาร์คที่โด่งดังที่สุดในโลก แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้ กลับซ่อนเรื่องราวอันน่าทึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิดในฐานะสัญลักษณ์ของงาน World's Fair ปี 1889 ไปจนถึงแผนรื้อถอนที่เกือบกลายเป็นจริง หอไอเฟลได้พิสูจน์คุณค่าของตนเอง จนก้าวขึ้นมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมวลมนุษยชาติ

กำเนิดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง

ย้อนกลับไปในปี 1889 ฝรั่งเศสได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Exposition Universelle หรือ World's Fair เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการปฏิวัติฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสต้องการสร้างสิ่งก่อสร้างอันโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของงาน จึงได้เปิดรับแบบจากวิศวกรและสถาปนิกทั่วประเทศ และแบบของ Gustave Eiffel วิศวกรชาวฝรั่งเศสเจ้าของบริษัทก่อสร้างชื่อดัง ก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้เนรมิตสิ่งมหัศจรรย์นี้

การก่อสร้างหอไอเฟลเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 มกราคม 1887 ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 2 เดือน 5 วัน โดยใช้แรงงานกว่า 300 คน และประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเหล็กกว่า 18,000 ชิ้น ยึดต่อกันด้วยหมุดกว่า 2.5 ล้านตัว ถือเป็นงานวิศวกรรมสุดท้าทายในยุคนั้น

เสียงวิพากษ์วิจารณ์และแผนรื้อถอน

แม้จะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่หอไอเฟลกลับถูกต่อต้านอย่างหนักจากศิลปินและปัญญาชนในยุคนั้น พวกเขามองว่ามันเป็น “โครงเหล็กอัปลักษณ์” ที่ทำลายทัศนียภาพอันงดงามของกรุงปารีส มีการล่ารายชื่อคัดค้านการก่อสร้างจากศิลปินและนักเขียนชื่อดังมากมาย เช่น Guy de Maupassant, Charles Garnier และ Alexandre Dumas (บุตร)

เดิมที หอไอเฟลได้รับอนุญาตให้อยู่เพียง 20 ปี หลังจากนั้นจะถูกรื้อถอนออกไป แต่ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทำให้หอไอเฟลกลายเป็นแหล่งรายได้มหาศาล และพิสูจน์คุณค่าของตนเองในฐานะสถานีวิทยุโทรเลขและศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์

สู่มรดกโลก และ สัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์

ในปี 1964 หอไอเฟลได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ และในปี 1991 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้หอไอเฟลเป็นมรดกโลก ในฐานะเป็นผลงานชิ้นเอกของความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

ปัจจุบัน หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 7 ล้านคนต่อปี ความสูง 330 เมตร แบ่งเป็น 3 ชั้น ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของกรุงปารีสแบบ 360 องศา

นอกจากนี้ หอไอเฟลยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่รักที่มาคล้องกุญแจสัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์ แม้ทางการปารีสจะพยายามรณรงค์ให้เลิกคล้องกุญแจ เพราะน้ำหนักมหาศาลอาจส่งผลต่อโครงสร้างของหอไอเฟลได้

Fun Fact เกี่ยวกับหอไอเฟล

  • หอไอเฟลสูงกว่าอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพถึง 100 ฟุต
  • หอไอเฟลสามารถเอียงตัวได้เล็กน้อยตามทิศทางของลม
  • หอไอเฟลถูกทาสีใหม่ทุก 7 ปี โดยใช้สีน้ำตาล 50 เฉดสี
  • Gustave Eiffel มีอพาร์ทเมนต์ลับอยู่บนยอดหอไอเฟล

จากสิ่งก่อสร้างที่เกือบถูกรื้อถอน หอไอเฟลได้พิสูจน์คุณค่าของตนเอง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.toureiffel.paris/en

#หอไอเฟล #ปารีส #ฝรั่งเศส #มรดกโลก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...