ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สถิติอุบัติเหตุในช่วง เทศกาลสงกรานต์ : ความสุขที่อาจมาพร้อมกับความสูญเสีย

สถิติอุบัติเหตุในช่วง เทศกาลสงกรานต์ : ความสุขที่อาจมาพร้อมกับความสูญเสีย

สถิติอุบัติเหตุในช่วง เทศกาลสงกรานต์ : ความสุขที่อาจมาพร้อมกับความสูญเสีย

เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุข สนุกสนาน ของการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้า ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสถิติในอดีตได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่ากังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

สถิติที่สะท้อนความจริงอันน่าเศร้า

จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่า ในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน ของทุกปี จะมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงเวลาปกติ โดยในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,801 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 418 ราย และบาดเจ็บ 3,897 ราย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปี พ.ศ. จำนวนอุบัติเหตุ (ครั้ง) จำนวนผู้เสียชีวิต (ราย) จำนวนผู้บาดเจ็บ (ราย)
2560 3,690 392 3,808
2561 3,724 418 3,858
2562 3,801 418 3,897

ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม: สาเหตุหลักของอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการดื่มแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงถึง 36.4% ในปี พ.ศ. 2562 (ข้อมูลจากศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน)

สงกรานต์ปลอดภัย เริ่มต้นที่ตัวเรา

การลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนในสังคม เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มต้นจากการมีสติ ไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และร่วมกันรณรงค์ให้คนรอบข้างตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้ ปราศจากความสูญเสียอย่างแท้จริง

#สงกรานต์ #อุบัติเหตุ #ความปลอดภัย #ขับรถปลอดภัย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...