ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้กระท่อมมีผลต่อการทำงานของตับและไตอย่างไร?

การใช้กระท่อมมีผลต่อการทำงานของตับและไตอย่างไร?

การใช้กระท่อมมีผลต่อการทำงานของตับและไตอย่างไร?

กระท่อม (Mitragyna speciosa) เป็นพืชที่พบได้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบกระท่อมมีสารสำคัญคือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) และ 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน (7-hydroxymitragynine) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยสารเหล่านี้จะไปจับกับตัวรับ opioid ในสมอง ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการปวด และอาจทำให้เสพติดได้ แม้ว่ากระท่อมจะมีประวัติการใช้เป็นยาพื้นบ้านมายาวนาน แต่การศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อตับและไต ยังคงมีจำกัด

ผลกระทบต่อตับ

งานวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่าการใช้กระท่อมเป็นประจำ อาจส่งผลต่อการทำงานของตับได้ โดยพบว่าผู้ที่ใช้กระท่อมเป็นเวลานาน มีระดับเอนไซม์ตับในเลือดสูงขึ้น ซึ่งอาจบ่งบอกถึงความเสียหายของตับได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่ากระท่อมเป็นสาเหตุโดยตรง ของความเสียหายของตับหรือไม่ และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลกระทบในระยะยาว

ผลกระทบต่อไต

เช่นเดียวกับตับ ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับผลกระทบของกระท่อมต่อไต อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางชิ้นพบว่าสารไมทราไจนีน อาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีภาวะไตวายอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระท่อม หรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้กระท่อม ได้แก่:

  • การใช้กระท่อมในปริมาณมากและเป็นเวลานาน
  • การใช้กระท่อมร่วมกับสารอื่นๆ เช่น แอลกอฮอล์ หรือ ยาเสพติด
  • การมีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต หรือ โรคหัวใจ

ข้อควรระวัง

เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระท่อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือ ผู้ป่วยโรคตับและโรคไต หากมีความจำเป็นต้องใช้กระท่อม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยง และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม

#กระท่อม #ตับ #ไต #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...