ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไขความลับ! ทำไมชาวเดนมาร์กถึงบริโภคขนมหวานกว่า 36 กก. ต่อปี

ไขความลับ! ทำไมชาวเดนมาร์กถึงบริโภคขนมหวานกว่า 36 กก. ต่อปี

เปิดสถิติชวนตะลึง! ชาวเดนมาร์กครองแชมป์ บริโภคขนมหวานกว่า 36 กก. ต่อคนต่อปี

หากพูดถึงประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน หลายคนอาจนึกถึงสวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม หรือฝรั่งเศส แต่ทราบหรือไม่ว่า ประเทศที่ครองแชมป์บริโภคขนมหวานมากที่สุดในโลก กลับเป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวียอย่าง "เดนมาร์ก" โดยข้อมูลจากองค์กร Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ระบุว่า เฉลี่ยแล้วชาวเดนมาร์ก บริโภคขนมหวานมากกว่า 36 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งมากกว่าน้ำหนักของเด็กประถมบางคนเสียอีก! อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ชาวเดนมาร์กชื่นชอบขนมหวานมากขนาดนี้? บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบ

เบื้องลึกวัฒนธรรม "Hygge" กับขนมหวานแสนอร่อย

วัฒนธรรม "Hygge" (อ่านว่า ฮูก้า) คือวิถีชีวิตแบบเดนมาร์กที่เน้นความเรียบง่าย อบอุ่น สบายใจ และมีความสุขกับช่วงเวลาเล็ก ๆ ซึ่งขนมหวานและเบเกอรี่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนี้ ชาวเดนมาร์กมักใช้เวลาในช่วงบ่ายจิบกาแฟพร้อมขนมปัง พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ขนมหวานจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของช่วงเวลาแห่งความสุขและการแบ่งปัน

คุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลต่อการบริโภค?

เดนมาร์กขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีติดอันดับต้น ๆ ของโลก มีระบบสวัสดิการสังคมที่ดี ประชากรมีรายได้สูง มีเวลาว่าง ส่งผลให้ชาวเดนมาร์กสามารถซื้อหาขนมหวานคุณภาพดีมารับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก

ขนมหวานเดนมาร์ก ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย!

ขนมหวานเดนมาร์กไม่ได้มีดีแค่รสชาติอร่อย แต่ยังขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความใส่ใจในวัตถุดิบ โดยเฉพาะเนยและนม ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในขนมหวาน ตัวอย่างขนมหวานเดนมาร์กที่ขึ้นชื่อ เช่น

  • Wienerbrød (ขนมปังเพสตรี้)
  • Kanelstang (ขนมปังอบเชย)
  • Flødeboller (มาร์ชเมลโล่เคลือบช็อกโกแลต)

เปรียบเทียบการบริโภคขนมหวานในกลุ่มประเทศ OECD

ประเทศ ปริมาณการบริโภคขนมหวาน (กก./คน/ปี)
เดนมาร์ก 36.0
เยอรมนี 32.2
ไอร์แลนด์ 29.4
สหราชอาณาจักร 27.8

จะเห็นได้ว่าการบริโภคขนมหวานเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเดนมาร์ก แม้การบริโภคขนมหวานในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ชาวเดนมาร์กก็ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วย

#Denmark #Sweets #Hygge #Culture

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...