ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

3.5 ปีแห่งการเดินทาง: บทวิเคราะห์เวลาที่หมดไปบนท้องถนน

3.5 ปีแห่งการเดินทาง: บทวิเคราะห์เวลาที่หมดไปบนท้องถนน

3.5 ปีแห่งการเดินทาง: บทวิเคราะห์เวลาที่หมดไปบนท้องถนน

คุณเคยสงสัยไหมว่า ตลอดชีวิตของคนเรานั้น เราใช้เวลาไปกับการเดินทางมากแค่ไหน? คำตอบอาจทำให้คุณแปลกใจ 3.5 ปี นั่นคือตัวเลขเฉลี่ยที่คนทั่วโลกใช้เวลาหมดไปกับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถ นั่งรถโดยสาร รถไฟ หรือแม้แต่การเดินเท้า


การเดินทาง: กิจวัตรประจำวันที่แฝงตัวอยู่

การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่เราแทบไม่ทันสังเกต เราเดินทางไปทำงาน ไปเรียน ไปพบปะผู้คน หรือแม้แต่การเดินทางเพื่อการพักผ่อน แต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว เวลาที่ใช้ไปกับการเดินทางกลับกลายเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ

  • จากผลสำรวจพบว่า คนเมืองทั่วโลกใช้เวลาเฉลี่ย 67 นาทีต่อวันไปกับการเดินทาง
  • ในบางเมืองใหญ่ ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นไปถึง 90 นาทีต่อวัน
  • เมื่อคิดคำนวณตลอดช่วงชีวิต (เฉลี่ย 79 ปี) เท่ากับว่า เราใช้เวลาไปกับการเดินทางนานถึง 3.5 ปี

ผลกระทบจากการเดินทางที่ยาวนาน

การเดินทางที่ยาวนานไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเวลาของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจอีกด้วย

ด้าน ผลกระทบ
สุขภาพกาย
  • ความเครียดสะสม
  • โรคอ้วนจากการขาดการเคลื่อนไหว
  • ปัญหาสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ
สุขภาพจิต
  • ความเครียดทางอารมณ์
  • ความวิตกกังวล
  • ภาวะหมดไฟในการทำงาน

ทางเลือกในการลดเวลาการเดินทาง

แม้การเดินทางจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เราก็สามารถลดเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทางลงได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

  • การทำงานหรือเรียนออนไลน์
  • การเลือกที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานหรือสถานศึกษา
  • การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
  • การปั่นจักรยานหรือเดินเท้าในระยะทางใกล้ ๆ

3.5 ปี อาจดูเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่หากเราวางแผนการเดินทางให้ดี เลือกใช้ทางเลือกในการเดินทางที่เหมาะสม เวลานี้ก็อาจลดลงได้ และเราจะมีเวลาเหลือมากขึ้นเพื่อทำสิ่งที่เรารัก

#การเดินทาง #เวลา #สุขภาพ #ทางเลือก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...