ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สเปนกับสมรภูมิสีแดงกว่า 150,000 กิโลกรัม: สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ 'ลา โตมาติน่า'

สเปนกับสมรภูมิสีแดงกว่า 150,000 กิโลกรัม: สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ 'ลา โตมาติน่า'

สเปนกับสมรภูมิสีแดงกว่า 150,000 กิโลกรัม: สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ 'ลา โตมาติน่า'

หากพูดถึงประเทศสเปน หลายคนอาจนึกถึงภาพวัวกระทิง วัฒนธรรมการชมฟุตบอล หรือ สถาปัตยกรรมอันงดงาม แต่รู้หรือไม่ว่าดินแดนแห่งนี้ ยังมีเทศกาลสุดแปลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนในทุกๆ ปี นั่นคือ "ลา โตมาติน่า" (La Tomatina) เทศกาลปามะเขือเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก!


ลา โตมาติน่า คืออะไร?

ลา โตมาติน่า คือ เทศกาลปามะเขือเทศที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคม ณ เมืองบูโยล (Buñol) แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การนำมะเขือเทศสุกกว่า 150,000 กิโลกรัม มาใช้ปาใส่กันอย่างสนุกสนาน จนตัวทั้งตัว เมืองทั้งเมือง ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานของมะเขือเทศ

La Tomatina Festival

ที่มาของเทศกาลสุดแปลก?

ถึงแม้จะเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริงของ ลา โตมาติน่า กลับไม่มีใครทราบแน่ชัด! บ้างก็เล่าว่า เกิดจากการทะเลาะวิวาทของชาวเมืองที่ใช้มะเขือเทศเป็นอาวุธ บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นการประท้วงทางการเมือง หรือ อาจเป็นเพียงการละเล่นสนุกๆ ของเด็กๆ ในท้องถิ่น แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลา โตมาติน่า ก็ได้กลายเป็นประเพณีประจำปีที่สืบทอดต่อกันมากว่า 70 ปี และได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก


สนุกสุดเหวี่ยงกับ 'ลา โตมาติน่า' มีอะไรน่าสนใจ?

  • สนามรบมะเขือเทศ: ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง (ตั้งแต่ 11.00 - 12.00 น.) บริเวณ Plaza del Pueblo ใจกลางเมืองบูโยล จะกลายเป็นสมรภูมิปามะเขือเทศขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่นที่พร้อมใจกันปา มะเขือเทศใส่กันอย่างเมามัน

  • กฎเหล็กที่ต้องรู้: แม้จะดูเป็นเทศกาลที่ค่อนข้างอิสระ แต่ ลา โตมาติน่า ก็มีกฎที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น
    • ห้ามนำขวดแก้วหรือสิ่งของแข็งเข้ามาในบริเวณงาน
    • ต้องบีบมะเขือเทศก่อนปา เพื่อลดแรงกระแทก
    • เมื่อได้ยินเสียงปืนใหญ่เป็นสัญญาณสิ้นสุดกิจกรรม ต้องหยุดปามะเขือเทศทันที

  • มากกว่าแค่ 'ปา': ลา โตมาติน่า ไม่ได้มีดีแค่การปามะเขือเทศใส่กัน แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันทำ Paella (ข้าวผัดสเปน), ขบวนพาเหรด, การแสดงดนตรี และ การเต้นรำ ที่จะมอบความสนุกสนานแบบจัดเต็มตลอดทั้งสัปดาห์

Fun Fact น่ารู้เกี่ยวกับ 'ลา โตมาติน่า'

  • มะเขือเทศที่ใช้ในเทศกาล เป็นมะเขือเทศคุณภาพต่ำที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค
  • น้ำจากมะเขือเทศจะช่วยทำความสะอาดท้องถนนได้เป็นอย่างดี!
  • มีบริการรถบรรทุกฉีดน้ำแรงดันสูงหลังจบเทศกาล เพื่อทำความสะอาดเมือง
  • คุณสามารถหาซื้อเสื้อยืดและของที่ระลึก ลา โตมาติน่า ได้ภายในงาน

ลา โตมาติน่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากแค่ไหน?

ลา โตมาติน่า ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวเลขที่น่าทึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้น:

ปี จำนวนนักท่องเที่ยว (โดยประมาณ)
2015 40,000 คน
2018 50,000 คน
2023 (คาดการณ์) 60,000 คน

ลา โตมาติน่า ไม่ใช่แค่เทศกาลปามะเขือเทศธรรมดา แต่คือประสบการณ์สุดประทับใจที่จะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความสนุกสนานอย่างเต็มที่ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ของสเปนอย่างใกล้ชิด!


#LaTomatina #Spain #Festival #Travel

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...