ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการงาน: 10.3 ปีที่เราต่างทุ่มเท

ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการงาน: 10.3 ปีที่เราต่างทุ่มเท

ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการงาน: 10.3 ปีที่เราต่างทุ่มเท

ชีวิตของคนเรานั้นแสนสั้นนัก เมื่อเทียบกับเวลาอันยาวนานของจักรวาล แต่ในช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ เรากลับต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน ข้อมูลจากการวิจัยพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะใช้เวลาถึง 10.3 ปี ตลอดช่วงชีวิตในการทำงาน หากลองคำนวณดูคร่าวๆ โดยเฉลี่ยคนเราอายุยืนประมาณ 79 ปี นั่นหมายความว่า เราใช้เวลากว่า 13% ของชีวิตไปกับการทำงาน! ตัวเลขนี้ชวนให้คิดไม่น้อยเลยทีเดียวว่า เราใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าแล้วหรือยัง

ลองจินตนาการถึงช่วงเวลา 10.3 ปี นั้นดูสิครับ มันเทียบเท่ากับการนั่งดูซีรี่ส์เรื่องโปรดของคุณแบบมาราธอนกว่า 20 รอบ! หรือเทียบเท่ากับการเดินทางรอบโลกโดยไม่หยุดพักกว่า 3 รอบ!

แล้วเราใช้เวลา 10.3 ปีนี้ไปกับอะไรบ้าง?

แน่นอนว่า การทำงานไม่ได้หมายถึงการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือติดอยู่กับกองเอกสารเพียงอย่างเดียว ภายใน 10.3 ปีนี้ ยังรวมถึงเวลาที่เราใช้ไปกับการเดินทาง การประชุม การฝึกอบรม และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอีกด้วย

กิจกรรม เวลาโดยเฉลี่ย (ปี)
การทำงานจริง 6.5
การประชุม 1.2
การเดินทางไปทำงาน 0.8
กิจกรรมอื่นๆ 1.8

จะเห็นได้ว่า นอกจากเวลาที่เราใช้ไปกับการทำงานจริงแล้ว เรายังต้องเสียเวลาไปกับกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอีกไม่น้อยเลยทีเดียว

แล้วเราควรจัดการกับเวลา 10.3 ปีนี้อย่างไร?

แม้ว่าเราจะต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในชีวิตไปกับการทำงาน แต่เราก็สามารถบริหารจัดการเวลา 10.3 ปีนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า

  • เรารักงานที่ทำอยู่หรือไม่?
  • งานที่ทำอยู่ช่วยให้เราเติบโตและพัฒนาตนเองหรือไม่?
  • เรามี work-life balance ที่ดีหรือไม่?

คำตอบของคำถามเหล่านี้ อาจช่วยให้เราค้นพบวิธีบริหารจัดการเวลา 10.3 ปี ที่เราต้องใช้ไปกับการทำงานได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุขมากยิ่งขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว เวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดที่เรามี และเราควรใช้มันไปกับสิ่งที่รักและมีค่าต่อชีวิตของเรามากที่สุด

#เวลา #การงาน #ชีวิต #worklifebalance

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...