ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จากกลัวความมืดในวัยเยาว์ สู่ความหวาดผวาต่อบิลค่าไฟในวัยผู้ใหญ่

เชื่อว่าหลายคนในวัยเด็กคงเคยผ่านประสบการณ์หวาดกลัวความมืดกันมาบ้าง บางคนอาจกลัวผีใต้เตียง กลัวเสียงแปลกๆในห้อง หรือแม้แต่เงาตะคุ่มๆที่ชวนให้จินตนาการไปต่างๆนานา แต่เมื่อโตขึ้น ภาระหน้าที่และความเป็นจริงของชีวิตก็เข้ามาแทนที่ความกลัวในวัยเด็ก หนึ่งในนั้นคือ “บิลค่าไฟ” ศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้หลายคนต้องผวา เมื่อเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน

จากเด็กน้อยที่ต้องเปิดไฟนอนเพราะกลัวผี กลายเป็นต้องฝืนทนนอนทั้งๆที่ยังไม่หลับ เพราะไม่อยากให้เปลืองไฟ หรือจากที่เคยเปิดแอร์เย็นฉ่ำ สบายตัว ก็ต้องเปลี่ยนมาพึ่งพัดลมคู่ใจแทน สาเหตุของความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากความกล้าหาญที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากแต่เป็นเพราะ “ค่าไฟฟ้า” ที่แพงขึ้นเรื่อยๆต่างหาก

สถิติค่าไฟฟ้าที่น่าตกใจ

ลองมาดูข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าในประเทศไทยกันบ้างครับ จากสถิติของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) พบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา อัตราการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยต่อครัวเรือนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ที่ประมาณ 260 หน่วยต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 3% ซึ่งสาเหตุหลักๆมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ประเภทที่อยู่อาศัย ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน (บาท)
บ้านเดี่ยว 3,500 - 5,000+
ทาวน์เฮ้าส์ 2,500 - 4,000+
คอนโดมิเนียม 1,500 - 3,000+

เห็นตัวเลขแล้วก็พอจะเข้าใจได้นะครับว่า ทำไมหลายคนถึงต้องร้องจ๊ากเมื่อเห็นบิลค่าไฟ ยิ่งบ้านไหนมีสมาชิกหลายคน ใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ หรืออยู่ในพื้นที่ที่อากาศร้อนจัดด้วยแล้ว ยิ่งต้องเตรียมรับมือกับค่าไฟที่อาจพุ่งสูงขึ้นไปอีก

วิธีรับมือกับบิลค่าไฟแบบไม่ต้องกลับไปกลัวความมืด

แม้ว่าค่าไฟจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เราก็สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายได้ โดยลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกันดู เช่น

  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟกว่าหลอดแบบเดิม
  • ปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้
  • เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ช่วยประหยัดพลังงาน
  • ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • ปลูกต้นไม้รอบๆบ้าน เพื่อช่วยบังแดดและลดความร้อน

เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้แล้ว แถมยังเป็นการช่วยลดโลกร้อนอีกด้วยนะ

#ค่าไฟ #ประหยัดไฟ #บิลค่าไฟ #ลดโลกร้อน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...